เสนอความคิดเห็น (ร่าง) คู่มือป้องกันรังสี

ตามที่ราชวิทยาลัยทันตแพทย์ เชิญชวนให้ร่วมเสนอความเห็นต่อ (ร่าง) คู่มือป้องกันรังสี
22308851_1827827590564982_5628039603901463668_n

หลังจากได้อ่าน (ร่าง) คู่มือป้องกันรังสี ทั้งหมด 116 หน้า จนจบ 1 รอบ รู้สึกตาลายมาก ขออนุญาตท่านอาจารย์อ่านเพียงรอบเดียวเท่านั้นครับ

(ร่าง) คู่มือป้องกันรังสี ของราชวิทยาลัยทันตแพทย์

(ร่าง) นี้ประกอบด้วยบทความทั้งหมด 7 บท เนื้อหาจริงคือ ตั้งแต่บทที่ 1-บทที่ 6, ส่วนบทที่7 เป็นการสรุปของบทที่ 1-6

 

โครงสร้างการเขียน (ร่าง) คู่มือป้องกันรังสี เรียงหัวข้อล้อตาม Basic Safety Standard ของ ICRP (International Commission on Radiological Protection: คณะกรรมาธิการระหว่างประเทศด้านการป้องกันรังสี)

Basic+principles+of+radiation+protection

คือ เริ่มด้วย Justification –> Optimization –> Dose limits ในบทที่ 1 –> 2 –> 3

 

สารบัญของ (ร่าง) คู่มือป้องกันรังสี

22222054_1827857217228686_6011479983558219512_n

 

บทที่ 5 เรื่องการควบคุมการติดเชื้อ ถ้าได้อ่านเรื่อง IC ก่อน จะเข้าใจได้ง่ายมากครับ (อ่านเรื่อง IC ได้ที่นี่)

 

ผมขอเสนอความเห็นออกเป็น 2 เรื่องต่อ (ร่าง) คู่มือป้องกันรังสีเท่านั้นครับ การเสนอความเห็นจะเรียงลำดับหน้า จากหน้าที่ 1 ไปจนจบ

 

2 เรื่องที่เสนอ คือ

1.คำผิดของ (ร่าง) เยอะมากๆ (ผมเข้าใจว่าเป็นร่าง แต่คำผิดมีเยอะจริงๆ ครับ) ขอเสนอให้ท่านอาจารย์พิสูจน์อักษรหลายๆครั้ง

คำผิดที่ผมเจอเกิดจากการอ่าน 1 รอบ จึงคิดว่า น่าจะมีคำผิดเยอะกว่าที่ผมจะแสดงไว้ในที่นี้ครับ

2.เสนอให้เพิ่มเนื้อหาคำอธิบาย เพิ่มเติม เพื่อให้อ่านเข้าใจขึ้นครับ ผมคาดว่าปัจจุบันวิชาทันตรังสีที่สอนในคณะ น่าจะมีเนื้อหาขยายไปมากกว่าสมัยที่ผมเคยเรียน

ด้วยความรู้สึกที่อ่านร่างนี้แล้วมีส่วนที่ไม่คุ้นเคย ไม่เข้าใจเยอะมาก จึงขอเสนอให้ท่านอาจารย์เพิ่มเติมในบางส่วนครับ

 

ข้อเสนอของผมมีดังนี้ครับ

1. คำผิด “รู”

22281690_1827870937227314_5619278481173967726_n

 

2. คำเต็มของ ALARA ผิดครับ (As Low As Reasonably Achievable)

22282012_1827877243893350_1024413502543326939_n

 

3. คำผิด “ขบวนการ”

22281851_1827885567225851_7950651893386345055_n

 

4. เพื่อลดความสับสนในการอ่าน ผมขอเสนอให้ใช้คำแปลศัพท์ตัวเดียวกันหมดทั้งเล่ม สำหรับศัพท์คำเดียวกันครับ

คำที่ผมเจอคือ bite-wing film ครับ มีการเรียกการถ่ายด้วยเทคนิกนี้ไม่ซ้ำกันถึง 3 คำเรียกชื่อ

ในหน้าที่ 5 ใช้คำว่า “ภาพรังสีด้านประชิด”

22228434_1827894707224937_2316131767027082293_n

หน้าที่ 53 ใช้คำว่า “ภาพรังสีไบท์วิงค์”

22196352_1827899420557799_8370764979569574639_n

 

ส่วนหน้าที่ 55 ใช้คำว่า “ภาพรังสีกัดปีก”

22221601_1827900697224338_5618958918937074231_n

ถ้าลองเปิด พจนานุกรมศัพท์แพทยศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2533 จะพบความหมายดังนี้

22154297_1823625167651891_8817603978838955611_n

จึงอยากให้ปรับใช้คำเรียกเพียงแบบเดียวครับ (แบบไหนก็ได้ ที่ท่านอาจารย์เห็นว่าเหมาะสมครับ)

 

5. คำผิด “โปรแกรม”

22281791_1827910767223331_3815810617252300067_n

 

6. คำผิด “พีระมิด”

22279436_1827913323889742_7721062203218793030_n

ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิต จะใช้คำนี้ครับ

22228403_1827915377222870_7560005786394417408_n

 

7. คำผิด “โดยตรง”

22221508_1827919083889166_5411481429768888143_n

 

8. เพิ่มเนื้อหาคำอธิบาย ปริมาณรังสียังผล, ปริมาณรังสีสมมูล คืออะไร? มีความสัมพันธ์กันอย่างไร? ในบทที่ 3 เรื่อง ขีดจำกัดปริมาณรังสี (Dose Limits)

22308643_1827923077222100_5580470789230439935_n

ส่วนที่อยากให้ท่านอาจารย์เพิ่มเติมจะประมาณนี้ครับ

22221729_1827929803888094_4178630375512991732_n

22228158_1827930480554693_1007272059938228409_n

เพิ่มเติมเรื่อง หน่วยวัดปริมาณรังสี ความสัมพันธ์ระหว่าง หน่วย gray (Gy) และ Sievert (Sv)

เอาแบบคร่าวๆ ไม่ต้องละเอียดขนาดนี้ครับ

http://www.nst.or.th/article/article493/article493020.html

แต่พอให้เข้าใจว่า ทำไมปริมาณรังสียังผล และปริมาณรังสีสมมูล สำหรับ X-ray, แกมม่า จึงมีค่าเดียวกันได้ และใช้ Gy แทน Sv ได้ในบางกรณี

 

9. เพิ่มเติมเรื่อง ความแตกต่างของ Deterministic effect กับ Stochastic effect

ในกรณีของการเกิดต้อกระจกจากรังสี ผมเชื่อว่ายังมีหลายคนแยกไม่ออกว่า lesion นี้คือ Deterministic หรือ Stochastic effect จากรังสีครับ?

22309009_1827947840552957_8515172801516903647_n

 

อยากให้อธิบายเพิ่มประมาณนี้ครับ

22365320_1827961693884905_9208138225651826949_n

 

 

 

 

 

 

 

หนังสือนอกหลักสูตร

ในสมัยก่อน หลักสูตรทันตแพทยศาสตร์ศึกษา มุ่งเน้นไปที่การผลิตทันตแพทย์เพื่อทำงานในโรงพยาบาลของรัฐเป็นหลัก ไม่มีวิชาใด หรือ sheet หรือ หนังสือ ที่มีคำว่า “ธุรกิจ”, “การตลาด” ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเราใช้คำแทนคนไข้ว่า “ลูกค้า” จะดูเป็นเรื่องคอขาดบาดตายมาก

ตอนผมเรียนปี 6 จำได้ว่าด้วยความรู้สึกใกล้จะเรียนจบ ในการ lecture ของวันหนึ่งในวิชา ทันตกรรมหัตถการ มีการ seminar เรื่องการใช้วัสดุ amalgam ผมถามเพื่อนๆ กลุ่มสัมนาในท้ายชั่วโมงว่า “เราจะมีวิธิคิดราคาวัสดุอุดฟันอย่างไร จึงจะคุ้มทุนที่สุด?” แน่นอนว่า ผมไม่ได้ต้องการคำตอบจากเพื่อน เพราะเพื่อนย่อมไม่รู้เหมือนกัน แต่ผมต้องการคำตอบจากท่านอาจารย์ที่ควบคุมการ seminar มากกว่า

คำตอบที่ได้ในตอนนั้น คือ การหัวเราะเฮฮาทั้ง class แล้วก็ไม่ได้คำตอบอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

เลยจบมาแบบงงๆ ทำให้ปกติผมไม่ค่อยเห็นความสำคัญของการทำการตลาด หรือ มองการทำงานของตัวเองว่าเป็นเรื่องธุรกิจ มองคลินิกที่เปิดบริเวณข้างเคียงว่า เป็นคู่แข่งทางธุรกิจ เพราะไม่เคยมีความรู้พื้นฐานในด้านนี้มาก่อน แต่หนังสือเล่มนี้ได้ให้มุมมองใหม่ๆ หลังจากได้อ่าน

22308760_1826646084016466_7338638773309304452_n

 

หนังสือเล่มนี้เขียนโดย คุณหมอ อภิชาติ ลีลานุรักษ์

22221843_1826649750682766_3581845827654646590_n

 

หนังสือความหนา 250 หน้า ทำขึ้นด้วยความปราณีตสูงมาก คุณภาพการเข้าเล่มพอๆกับ Textbook เลยครับ

หนังสือถูก wrap เพื่อกันฝุ่นและความชื้นระหว่างขนส่ง ขนาดหนังสือใหญ่กว่า pocket book เล็กน้อย

22279706_1826653627349045_6189361250633451860_n

 

ลองดูการเข้าเล่ม แน่นหนามาก

22195651_1826655310682210_7996923947186007409_n

 

มองด้านนอกนี่ คิดว่า Text

22196054_1826658934015181_5210728543720793538_n

 

แกะออกมาปกหนังสือข้างนอก คือส่วนที่เป็นปกห่อเฉยๆ

22228146_1826661254014949_5597151012275535066_n

22221970_1826661314014943_2914003433098306326_n

 

ถ้าจะอ่านให้สะดวก ต้องเอาออกครับ จะเจอกับปกจริง

22310422_1826661394014935_8212295849169470662_n

 

ปราณีตขนาดที่ ต้องมีพลาสติกรองปกสำหรับกันไม่ให้กาวจากการเข้าเล่มติดหนังสือ สามารถเอาออกได้เลยครับ

22281742_1826661530681588_5001355541805497067_n

 

สารบัญหนังสือ ประมาณนี้

22228614_1826666300681111_2492292049493257624_n

 

แต่ละหัวข้อ ไม่ยาวมากครับ สไตล์การเขียนเหมือนการเล่าเรื่องให้ฟัง อ่านไปได้เรื่อยๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ

22195545_1826666890681052_8836822976971498026_n

 

การวางตัวหนังสือสบายตา หัวข้อแต่ละประเด็นมีการ highlight และทำ tone สีให้ชัดเจน

22279572_1826670040680737_3180085596582904379_n

 

การใช้แผนภูมิประกอบเข้าใจง่าย

22279456_1826672847347123_7102587678254696233_n

22221760_1826672920680449_6955386852776153938_n

 

อีกจุดเด่นที่ชอบคือ จะมีการสรุป Tips เป็นระยะๆ เพื่อเน้นเนื้อหาที่สำคัญ

22196152_1826677040680037_484008215696730619_n

 

คณิตศาสตร์ง่ายๆ แทรกเป็นระยะ เรื่อง Set ก็มา

22308711_1826682174012857_5056463469319769846_n

 

บางเรื่องเหมือนเป็น common sense ที่ทุกคนรู้อยู่ และทำอยู่ทุกวัน แต่เราไม่รู้ว่าที่ทำอยู่นั้น คือ เราทำการตลาดอยู่นั่นเอง

S คือ Segmentation การจัดกลุ่มลูกค้า

T คือ Targeting การเลือกกลุ่มลูกค้า

P คือ Positioning การกำหนดจุดยืนของคลินิก

เช่น บางคลินิกอาจจะเฉพาะทางแบบไปเลย รับเฉพาะจัดฟัน, รับเฉพาะ Pedo หรือ เน้นที่กลุ่มลูกค้าต่างชาติ etc.

22228118_1826686337345774_4177311346583617018_n

 

เอาเรื่อง common sense ที่พวกเรารู้ แต่อธิบายออกมาได้ยาก มาทำเป็นสมการ คราวนี้เข้าใจได้ง่ายๆเลย

ศัพท์คำว่า “การสร้างคุณค่า” จะดูแปลกๆ หน่อยสำหรับผมที่ไม่เคยศึกษาเรื่องการตลาด (รู้จักแต่ Value ใน Vita shade guide) แต่พอคิดตามสมการนี้ ก็รู้สึก เออ! มันก็จริงแฮะ

22195952_1826682280679513_6202588923396023406_n

 

แน่นอนว่า มันเป็นเรื่องการสร้างความพึงพอใจต่อลูกค้า และเล่นกับความคาดหวังของลูกค้า เรื่องจิตวิทยาพื้นฐานจึงได้รับการอธิบายเพื่อเทียบเคียงด้วย ในหนังสือเล่มนี้

22228404_1826693237345084_6051841679786521822_n

 

อันนี้เป็นเรื่องที่ผมประทับใจที่สุด เรื่อง SWOT Analysis มันคล้ายๆ quote ของซุนวูที่คนชอบ reference กัน “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” (ที่จริง ซุนวูบอกว่า “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งไม่มีทางพ่ายแพ้” คือ อาจชนะหรือเสมอ แต่จะไม่แพ้ครับ ไม่ใช่การชนะทุกครั้ง)

SWOT Analysis เป็นการวิเคราะห์เพื่อให้ทราบสถานะและการดำเนินการคลินิกของเราเมื่อเทียบกับคู่แข่ง โดยคำนึงถึง factor ต่างๆทั้งภายในและภายนอก

อันนี้ work มาก ซื้อเลย

22281683_1826701547344253_9125577751548772794_n

ในความคิดของผม หนังสือเล่มนี้เหมาะเป็นหนังสืออ่านนอกเวลาสำหรับ นศ.ทพ. ระหว่างที่อยู่ในคณะมาก  ลดระยะเวลาการลองผิดลองถูกไปได้หลายปีเลยครับ

ติดต่อสั่งซื้อหนังสือกันได้สำหรับท่านที่สนใจที่นี่ครับ

https://www.facebook.com/dentalbusinessblog/

 

 

 

 

 

 

มา Update เรื่อง IC กันหน่อย

สารภาพว่า งานประชุมนี้ผ่านมาได้เกือบปีแล้วครับ คือตั้งแต่วันที่ 3 ก.พ. 2560 เป็นงานของทันตแพทยสภา จัดขึ้นเพื่อความปลอดภัยทางทันตกรรม เป็นการยกระดับคลินิกทันตกรรมขึ้นสู่ TDCA (Thai Dental Clinic Accreditation)

คำว่า คลินิกทันตกรรม ไม่ได้หมายถึง คลินิกเอกชนอย่างเดียว แต่ครอบคลุมคลินิกในสถานพยาบาลทั้งหมดทั้ง รพ.รัฐ, รพ.เอกชน ด้วย

เนื้อหาหลักที่จะนำคลินิกไปสู่ TCDA ทั้ง 100% มีอยู่เพียงเรื่องเดียวคือ IC (Infection Control) ครับ

เนื้อหาการบรรยายทั้งหมดยกมาจาก Slide ของท่านอาจารย์  ทพญ.ศศิธร สุธนรักษ์ ซึ่งเป็นการบรรยายในช่วงเช้าของงานประชุมทั้งหมดครับ

22196355_1824848967529511_7430413473837915016_n

 

มาเริ่มกันเลย

22090135_1824850654196009_2305255456436747903_n

โรคติดต่อในคลินิกที่เรากลัว คือ โรคที่เกิดจากเชื้อโรคที่ฟุ้งกระจายไปกับละออง ทั้งละอองขนาดใหญ่ (>50 um เรียก splatter,droplet) และละอองขนาดเล็ก (<50 um เรียก aerosol หรือ droplet nuclei) โดยผ่านการสัมผัสโดยตรงและทางอ้อม ทั้งจาก เครื่องมือ, การกระเด็น และพื้นผิวต่างๆ

 

 

จึงเป็นที่มาของ IC strategies ต่างๆ (มาตรการควบคุมการติดเชื้อ) ในคลินิกทันตกรรม

22154557_1824856440862097_851731344268782622_n

หัวใจหลักของ IC คือ ทำยังไงก็ได้เพื่อตัดวงจรการก่อโรคในคลินิก ตามหลักปฏิบัติที่กำหนดโดยหน่วยงานต่างๆ เช่น CDC (Centers of Disease Control& Prevention), FDA (Food&Drug Administration), OSHA (Occupational Safety and Health Administration)

มาตราการ IC จะเริ่มจากระดับที่เบาที่สุด ไประดับเข้มข้นที่สุด ดังนี้

1.Universal Precautions คือ ใช้หลักสากลไปเลยเสมือนว่า ผู้ป่วยทุกคนที่เดินเข้ามารับการรักษามีเชื้อ HIV และเชื้อโรคที่ติดต่อทางเลือดอยู่

 

2.Standard Precautions คือ การยกระดับของ Universal Precaution ให้ครอบคลุมไปถึงสารคัดหลั่งและของเหลวในร่างกายทั้งหมด (ไม่รวมเหงื่อ) (Universal Precaution ครอบคลุมเฉพาะ เลือด) และมีการสัมผัสกับ non-intact skin และ mucous membrane

22195785_1824881810859560_8171572117314966085_n

 

3.Transmission-based Precaution คือ มาตรการเสริมที่เพิ่มขึ้นมาจาก Standard Precaution เพื่อใช้กับผู้ป่วยทันตกรรมที่เราทราบว่า เขาเป็นโรคติดต่อแน่ๆ หรือ สงสัยว่ามีโอกาสเป็นโรคติดต่อชนิดใดชนิดหนึ่งอยู่

22154300_1824885580859183_3151364554704476502_n

 

Transmission-based Precaution จะประกอบด้วยส่วนประกอบย่อย 3 ขัอ คือ

3.1 ป้องกันการแพร่กระจายจาก Contact

22141087_1824887554192319_3725436845014729251_n

ในกรณีอยู่ห้องรวม 3 feet separating คือ จัดให้ผู้ป่วยอยู่ห่างจากผู้ป่วยคนอื่นอย่างน้อย 3 ฟุตครับ

หมอต้องใช้เสื้อกาวน์และถุงมือทุกครั้งที่เข้าสู่บริเวณที่จะรักษาผู้ป่วยและถอดอุปกรณ์ป้องกัน (PPE, Personal Protective Equipment, หมวกคลุมศรีษะไม่จัดเป็น PPE) ทันทีเมื่อออกจากบริเวณนั้น

 

3.2 ป้องกันการแพร่กระจายจาก droplet ที่ฟุ้งกระจายออกมา

22196479_1824888154192259_5306054522913519151_n

มีการแยกห้อง ไม่อยู่ห้องรวม และมีม่านกั้นระยะห่าง 3 ฟุต

 

3.3 ป้องกันการแพร่กระจายจาก droplet nuclei (Aerosol) (จุดแบ่งจาก droplet ที่ 50 um)

22090160_1824889920858749_5071521896528385733_n

ห้อง AIIR คือ ห้องพิเศษที่มีแรงดันอากาศในห้องเป็นลบ ทำให้ลม flow จากนอกห้องเข้ามาในห้อง แต่ไม่สามารถไหลย้อนออกไปทางเดิมได้ และมีระบบระบายอากาศที่ต่อกับเครื่องกรองอากาศเฉพาะ ไม่รวมกับห้องอื่น

หมอต้องใส่ mask N95 ตลอดเวลาที่ทำการรักษา และควรรักษาเฉพาะงาน emergency

การใช้มาตราการ Transmission-based จะจำกัดเวลาเฉพาะในช่วงที่ ผู้ป่วยมีโอกาสแพร่เชื้อนั้นอยู่ ถ้าพิสูจน์ได้ว่า กำจัดเชื้อนั้นๆ ได้หมดแล้วก็จะหยุดใช้มาตรการนี้

 

4.Isolate Precautions คือ มาตรการ IC ที่ใช้ Standard + Transmission-based

22279968_1824903054190769_2232448919807709373_n

 

การล้างมือ (Hand washing) เป็นองค์ประกอบแรกสุดของ IC ในหลักการของ Standard Precautions ที่กำหนดโดย CDC

22140775_1824911880856553_3794111207164132918_n

ข้อแนะนำของการล้างมือ คือให้ล้างทั้งก่อนและหลังการใส่ถุงมือ

เพราะเชื้อโรคทั้ง normal flora และ transient flora สามารถเพิ่มจำนวนได้อย่างรวดเร็วภายใต้สภาวะชื้น,อุ่นภายในถุงมือ โดยอาจเพิ่มจำนวนได้ 2000 เท่าในเวลา 30 นาที

22141301_1824917904189284_2902406927236146817_n

 

การจัดการเครื่องมือทางทันตกรรม

Spaulding classification (โดย Dr.Earle H.Spaulding ปี ค.ศ.1939)

22154398_1824923864188688_6301423586150066823_n

non-critical item คือ เครื่องมือที่ไม่ได้ contact กับช่องปาก แต่มีโอกาส contaminate จากสารคัดหลั่งโดยการสัมผัสหรือกระเด็นจาก droplet

semi-critical item คือ เครื่องมือที่ contact mucous membrane หรือ ฟัน แต่ไม่ได้แทรกผ่าน mucous membrane หรือ ฟัน

critical item คือ แทรกผ่าน mucous membrane หรือ ฟัน

 

 

22195665_1824928630854878_8980016163342127241_n

Pre-cleaning คือ ขบวนการแช่เครื่องมือในน้ำสะอาดหรือสารเคมีสำหรับแช่เครื่องมือ ในกรณีที่เครื่องมือยังไม่ถูกทำความสะอาดทันทีหลังใช้ จุดประสงค์ของ Pre-cleaning เพื่อป้องกันการแห้งของเลือดและน้ำลายที่ติดมากับเครื่องมือ  ทำให้การ cleaning ในเวลาต่อมาง่ายขึ้น

 

Disinfection คือการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่อยู่บนสิ่งไม่มีชีวิต เพื่อทำลายเชื้อก่อโรคที่ไม่รวมสปอร์ของแบคทีเรีย โดยการใช้สารเคมี (Disinfectant)

 

22195807_1824933604187714_1217131060993820782_n

CDC แบ่งประเภทของ Disinfectant ไว้ 3 ระดับ

High level คือ Disinfectant ที่มีฤทธิ์สูงที่สุด ฆ่าเชื้อทุกชนิด รวมทั้งสปอร์ของแบคทีเรีย

Intermediate level คือ สารเคมีที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อได้กว้างมาก ฆ่าได้หลายชนิดรวมถึงเชื้อ TB แต่ยังไม่สามารถทำลายสปอร์ได้

Low level จะใช้ทำความสะอาดพื้นผิวทั่วไป เช่น พื้นห้อง ไม่ควรนำมาใช้กับเครื่องมือทางทันตกรรม เพราะฤทธิ์ต่ำมาก

 

22228413_1824943577520050_7041925785985842710_n

 

แสดงความสัมพันธ์ของ การจัดแบ่งเครื่องมือตามความเสี่ยง (Spaulding classification) กับ ระดับในการขจัดสิ่งปนเปื้อน

22154152_1824952057519202_3499168444712715316_n

 

ภาพแสดงการทำความสะอาด และ ห่อ (packaging) ด้ามกรอฟัน (Handpiece) ที่ผิดวิธี

22196485_1824958054185269_6139235043964597996_n

 

กระบวนการทำให้เครื่องมือปราศจากเชื้อ (Sterilization) ถือเป็นการฆ่าเชื้อระดับสูงสุดที่สามารถพิสูจน์ได้

การ Sterilization ในรูปแบบของไอน้ำร้อน ด้วยหม้อนึงอัดไอน้ำจึงต้องมีการตรวจสอบว่า มีประสิทธิภาพหรือไม่?

หนึ่งในวิธีที่ใช้ตรวจสอบคือ ตัวบ่งชี้ทางเคมี เช่น เทปบ่งชี้ (indicator tape)

22281999_1824967074184367_6951540960907038670_n

ตำแหน่งที่ใส่ควรอยู่ตรงกลางหีบห่อ เพื่อทดสอบว่าภายในห่อได้อุณหภูมิตามที่กำหนดหรือไม่?

 

ตัวบ่งชี้ต่อมา คือ ตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ (BI, spore test) จัดเป็นการทดสอบประสิทธิภาพของ Autoclave ที่เชื่อถือได้มากที่สุด

ถ้าเชื้อขึ้น หรือได้ผล positive อาจหมายถึง User error หรือ Autoclave error ก็ได้ ต้องมีขบวนการ recheck ข้อผิดพลาดของ User, มีการทำ Spore test ซ้ำ, ส่ง Autoclave ให้ช่างตรวจสอบ, เรียกเครื่องมือ lot ที่เพิ่งผ่าน Autoclave กลับคืน (recall)

 

22221676_1824970544184020_4006882197071672556_n

 

CDC แนะนำให้ทำ spore test สัปดาห์ละครั้ง

22154257_1824975880850153_7119158732360917993_n

 

และการทำ Spore test ทุกครั้ง ต้องมีหลอด control ด้วย (หลอด control ต้องให้ผล positive เสมอ)

22279869_1824977004183374_6721203696605669347_n

 

ตัวอย่างการออกแบบบริเวณ Cleaning area และ Sterile area แบบรูปตัว U ในกรณีที่มี Space จำกัด

22196007_1824980044183070_5194733667001723536_n

 

ในขบวนการ Cleaning ท่านอาจารย์เน้นเรื่อง Pre-cleaning (Pre-soaking) ครับ

คือ ถ้าหวังแต่ใช้ Disinfectant หรือ Autoclave โดยละเลยการแช่น้ำ หรือสารเคมีฆ่าเชื้อ และทำความสะอาดคราบเลือด คราบน้ำลายออกก่อน ย่อมไม่ได้จุดประสงค์ในหัวใจหลักของ IC  การ Pre-cleaning จึงเป็นสิ่งสำคัญมากในขบวนการ Cleaning

22196246_1824988050848936_6534737845778211829_n

 

การทำความสะอาดพื้นผิวในคลินิก ประกอบด้วย

1.การคลุมพื้นผิว (Cover) ด้วยวัสดุที่ป้องกันการซึมผ่านของของเหลว เช่น แผ่น wrap  ข้อคำนึงคือ ต้องเปลี่ยนทุกครั้งก่อนจะรับผู้ป่วยคนต่อไป

2.การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิว ต้องทำความสะอาดคราบเลือดและน้ำลายออกก่อนเป็นอันดับแรก แล้วจึงตามด้วยการใช้ Disinfectant พ่น spray แล้วเช็ดตามเวลาที่ผู้ผลิต Disinfectant นั้นแนะนำ (spray น้ำยาทิ้งไว้กี่นาที ก่อนเช็ดออก)

22141271_1824994044181670_4446133613781965250_n

 

การฆ่าเชื้อสำหรับ Alginate impression

  1. rinse ด้วยน้ำไหล
  2. จุ่ม impression ในสารละลาย NaOCl  0.5% ซ้ำหลายๆครั้ง เพื่อให้น้ำยาสัมผัส impression จนทั่ว
  3. ห่อ impression ด้วยผ้าก๊อซชุบ NaOCl แล้วใส่ในถุงพลาสติก ทิ้งไว้ 10 นาที
  4. นำรอยพิมพ์มา rinse ด้วยน้ำไหล แล้วจึงนำไปเทแบบ

22196481_1824999207514487_4886849160705027840_n

 

ผมเก็บ Slide ได้ทั้งหมดเท่านี้ครับ และพยายาม recall สิ่งที่ท่านอาจารย์ lecture เท่าที่ทำได้ ถ้าใครมีสิ่งใดแนะนำเพิ่มเติมเชิญ comment ได้ตามสบาย ยินดีครับ

 

 

 

 

 

 

 

วิธีทำ Endosarn 2.0 ให้เป็น Endosarn 4.0

มีพัสดุซองหนึ่งส่งมาหลายวันแล้วครับ แต่เห็นเป็นซองขนาดเล็กเลยไม่ได้สนใจมาก จนวันนี้ว่างพิจารณาดูอย่างละเอียด แปลกใจว่ามาจาก ชมรม Endo เลยแกะซองทันใด ระหว่างแกะออกมาก็พยายามนึกว่า มันคืออะไร?

20597062_1764400253574383_2098875527349675346_n

จนกระทั่ง

20597291_1764402263574182_3176026512734599247_n

ด้วยความงุนงงว่า เราน่าจะพลาดอะไรไปแล้วเลยเปิด เพจ ThaiEndodontics จึงค่อยได้คำตอบ

20604310_1764405743573834_502690185841861948_n

โดยความเห็นส่วนตัว เข้าใจว่าท่านอาจารย์ในชมรมคงยังไม่ลงตัวว่า จะเปิดทางให้ download content แบบเฉพาะสมาชิกได้ด้วยวิธีไหน? จึงต้องใช้วิธีแจกเป็น CD แบบนี้มาก่อน ซึ่งแน่นอนว่า สำหรับสมาชิกหลายท่านน่าจะมีปัญหาพอสมควรเพราะ CD-Drive หรือ Combo-drive อาจไม่มีอยู่ใน PC/Notebook/Mac แล้ว และหนักไปกว่านั้น อุปกรณ์ Mobile device ทั้ง Android tablet, iPad หรือแม้แต่Microsoft ที่ไม่มี Optical drive แต่ต้องพึงพา External optical drive เรียกว่าแทบจะไม่มีทางเชื่อมต่อโดยตรงกับ Content ของ Endosarn ที่อยู่ใน CD ได้เลย

และถึงแม้จะมี Optical drive แต่อุปสรรคในการนำไปอ่านติดตัวคล้ายๆ หนังสือวารสารแบบเดิมก็ยังลำบาก

 

ผมจึงนำเสนอวิธีที่จะเปิดอ่านวารสาร Endosarn ปีที่ 22 ฉบับที่ 1/2560 พกพาติดตัวไปได้ใน Mobile device ทุก OS ครับ

มาเริ่มกันเลย

20638156_1764412486906493_3481828429488586982_n

 

  1. ใส่ CD เข้า Optical drive ครับ ขั้นตอนนี้แน่นอนว่า ต้องมี 2 สิ่งนี้ก่อน คือ PC และ Drive อ่าน DVD/CD

20596953_1764414823572926_6756245562221258320_n

 

2. Browse เข้าไปใน This PC เพื่อ explore เข้าไปที่ Drive ที่ CD นี้อยู่ครับ

ในเครื่องของผม DVD RW Drive จะอยู่ที่ Drive E ตามรูป

ใน Drive E จะแสดงประเภทของการเปิดอ่านตามอุปกรณ์ที่ผู้อ่านต้องการครับ คือ

ถ้าท่านต้องการใช้เครื่องตระกูล Mac ของ Apple สำหรับอ่านวารสารฉบับนี้ ให้กดเข้าไปใน “for mac”

ถ้าต้องการอ่าน Endosarn เล่มนี้ในเครื่อง PC หรือ Notebook ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows ให้กดเข้าไป “for pc”

จะเจอไฟล์ “ENDOSARN_22-1.EXE” ให้ double click เพื่อเปิดไฟล์อ่านวารสารได้เลยครับ

ในกรณีที่ท่านใช้ Windows tablet หรือ Notebook ชนิด 2 in 1 (ถอดหน้าจอจาก keyboard ได้) ให้ copy ไฟล์นี่เก็บไว้ในเครื่อง แล้วสร้าง Shortcut เปิดอ่านวารสารได้ครับ แต่ในความเห็นของผม การอ่านด้วยวิธีนี้ ไม่ค่อยเป็นมิตรกับ battery ของเครื่องนัก เพราะมีการใช้ flash player เป็นตัวแสดงผลครับ ค่อนข้าง load CPU และ Drain battery มาก

(แนะนำให้ใช้วิธีด้านล่างที่ผมจะพูดถึงสำหรับเปิดอ่าน น่าจะดีกว่า)

20604205_1764427800238295_1289838099774382549_n

 

แต่ในที่นี้ เราสนใจเฉพาะการนำ Endosarn เข้าไปอ่านในอุปกรณ์พกพา เราจึงกดเข้าไปใน folder ล่างสุดคือ “for web mobile compatible” ครับ

20597145_1764416356906106_4229015786509596045_n

 

3. ต่อไป กดเข้าไปใน folder นี้ครับ

20621313_1764431043571304_2064064026285417680_n

 

4. ภายใน เราจะพบหน้านี้

20621101_1764431830237892_6468956912677254741_n

 

5. กดเข้าไปใน folder “files” ครับ

20604290_1764433386904403_751712250347345773_n

จะพบหน้านี้

ถ้าลองเปิด folder “mobile”

20620991_1764435423570866_1781080119285149414_n

จะพบว่า เต็มไปด้วยรูปเยอะมาก ใช่ครับมันเป็น folder ของรูปทั้งหมด

20616793_1764439323570476_3794680308891568167_o

 

6. ok ครับ ตอนนี้ให้ click กลับออกมาที่ folder “mobile” เหมือนเดิม

20620991_1764435423570866_1781080119285149414_n

แล้วให้ click ขวาที่ mouse เพื่อ copy folder “mobile” นี้ไปไว้ที่ใดก็ได้ใน Hard disk ของเครื่องคอมของท่าน ในที่นี้ผม copy ไปไว้ใน folder “Pictures” ของ Notebook ของผมครับ

20545187_1764446550236420_429379706903363886_o

 

7. เมื่อ copy complete ให้ทำการ rename ชื่อ folder “mobile” ไปเป็นชื่ออื่น ในที่นี้ผมตั้งชื่อใหม่เป็น “Endosarn22.1” ครับ

20638333_1764445590236516_6808241221834332773_n

จาก folder “mobile” เป็นชื่อใหม่

20604359_1764450916902650_3908880941203051972_n

 

ขั้นตอนนี้จริงๆ ต้องบอกว่าเสร็จสิ้นแล้วครับ

ถ้าท่านมี Android tablet หรือ Windows tablets ให้ท่านเชื่อมต่ออุปกรณ์กับคอม แล้ว Drag&Drop folder นี้ลง tablets ได้เลย หรือ ถ้าท่านใช้ Cloud ต่างๆ ก็ Drag&Drop ลง Cloud ของท่านเลยครับ

แต่ถ้าท่านมีอุปกรณ์ iOS นอกจากจะใช้ iCloud เราสามารถใช้ iTunes ตามวิธีมาตรฐานได้ครับ

ยกตัวอย่างคือ ผมจะนำเข้าไปอ่านใน iPad นะครับ

1.เชื่อมต่อ iPad ด้วย iTunes

20604367_1764466040234471_2234779940769921503_n

2. เลือก sync Photos ใน folder “Endosarn22.1” ที่อยู่ใน Notebook

20621115_1764468453567563_5571012210185080416_n

3. กด Sync ครับ

20597425_1764469346900807_8082997678942337028_n

4. รอครับ

20638344_1764469910234084_2529211727610558627_n

5. เมื่อเสร็จแล้ว เราเปิดดูใน app Photos ของ iPad ใน Albums จะพบ Endosarn22.1 อยู่ใน My Albums ครับ

 

20604527_1764474946900247_6492834758002420673_n

เปิดเข้าไปดู

20621816_1764475910233484_3125357731796373584_n

 

ได้วารสารเข้าไปอ่านข้างหมอน อ่านไม่จบตื่นเช้าเอาติดตัวไปทำงานก็ยังได้ และลด space การจัดเก็บบนหิ้งหนังสือไปอีก 3 มม.

ส่วน CD ที่ท่านได้มาก็ส่งต่อไปให้เพื่อนๆ ได้ครับ ไม่จำเป็นต้องเก็บไว้แล้ว (เรา copy folder for mac, for pc เก็บไว้ใน Hard disk คอมของเราก็ได้ครับ ถ้าไม่แน่ใจว่า อาจต้องใช้อีกในอนาคต)

20621011_1764477630233312_7998965305636038211_n

Enjoys the journal นะครับ

20526244_1764479376899804_1869355556473692536_n