รีวิว iPhone SE 2022ผมอยู่กับ iPhone ที่มี notch ตั้งแต่ iPhone 11Pro ครับ แล้วมาเป็น 13Pro (ข้าม X, Xs,12) จนมาถึงล่าสุด 14Pro ในครั้งแรกคิดว่า เมื่อเปลี่ยนมาเป็น Dynamic island แล้วสถานการณ์น่าจะ ok ขึ้น แต่เมื่อใช้งานไปได้ 1wk จึงพบว่า มันไม่ใช่เลย
Dynamic island ค่อนข้างมีปัญหาการบดบัง Screen มาก โดยเฉพาะเมื่อใช้งานในแนว landscape ยิ่งไปกว่านั้น Truedepth system ของ i14Pro ไม่ได้ดีขึ้นไปจาก i13Pro เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้ Face ID with mask โดยเฉพาะในยามเร่งด่วน
การใช้งานทั่วไป ไม่รู้สึกแตกต่างจาก 13Pro ที่ถืออยู่ 1 ปี เมื่อไม่มีอะไรดีขึ้น (อย่างที่คาดหวังไว้) จึงทำให้ผมกลับไปคือถึง Physical Home button ที่คุ้นเคย เครื่องที่ผมยังเก็บไว้คือ iPhone 6s+ เป็น device ที่เชื่อใจได้สูงมาก แต่ด้วย CPU A9 แม้ update เป็น iOS 15.7 ได้ แต่ความเร็วในการใช้งานก็ช้ามากครับ A9 ยังเป็น generation ที่ไม่มี Neural engine (เริ่มที่ A11)ผมจึง Clearance iPhone notch type family ที่มีอยู่ทั้งหมด แล้วกลับไปที่ Apple store เพื่อหวนกลับไปสู่ iPhone ที่อาจจะเป็น gen สุดท้ายที่มี Physical button อีกครั้งวันนั้นช่วงหลังเลิกงาน ท่ามกลางกระแสเชี่ยวกรากของ i14Promax และ 14Pro ที่ระอุท่วมท้น Apple Store CTW ก็มีเรื่องให้ชวนตะลึงของเหล่าพนักงานใน Store แห่งนี้ เมื่อคุณลุงคนนึงเข้ามาขอซื้อ iPhone SE ด้วยราคาที่ up ขึ้นจากเดิม พร้อมคำถามคาใจว่า ทำไมคุณลุงไม่ซื้อใน Lazada คะ? ( ใน Lazada ยังขายราคาเดิมก่อน Apple จะปรับ)เพื่อไม่ให้พนักงานใน Store กรูเข้ามามุงดู พร้อมคำถามและ option ที่ดีกว่ามากมายในการเสนอขาย i14Pro series ก่อนสถานการณ์จะบานปลายไปกว่านั้น ผมจึงไม่ทันได้ check สภาพเครื่อง ทำได้คือ รีบนำ SE ที่ยัง inbox ใส่เป้คู่ใจ แล้วจึงรีบซอยเท้าออกจาก Apple Store ทันทีทันทีที่กลับถึง Condo ผมรีบอาบน้ำชำระล้างร่างกาย เพราะอยากให้สายน้ำจากฟักบัวช่วยชะล้างภาพของ iPhone notch type ให้ลบไปจากหัวใจ เพื่อจะได้ move on ออกจาก “เกาะ” กันได้ซักทีอันดับแรกสุดคือ ต้อง check สภาพ body เครื่องทั้งหมดก่อนพลิกดูสภาพกล่องโดยรอบPackage iPhone ที่ขายปัจจุบันเป็นแบบนี้ เหมือนกันหมดอนาคตเราน่าจะเจอ Assembled in India (เห็นคำว่า Assembly แล้วนึกถึง Avengers: End Game ทุกที)สังเกตวันที่ผลิด นี่แสดงว่า SE ขายได้น้อยมากในไทยนะครับ เดาได้เลยว่า เครื่องยังเป็น iOS 15 มากับกล่องแน่ๆ ตรงนี้อยากให้ดูเลข Part number เพราะทันทีที่ i14 series เริ่มขายในไทย ก็มี Drama ใน section ที่ 2 ของ Part number ในส่วนของ “รหัสประเทศ” มากๆเอาถุง Apple ไปเก็บเข้าลังที่ไม่ทิ้งถุงไม่ใช่อะไร แต่เพราะตอนรับ Products Apple มาก็ทิ้งไปเยอะ ในช่วงแรกๆ ครับ แต่มาวันนึงพลิกก้นถุงขึ้นมาดู มาอ่านเจอตรงนี้เข้า หลังจากนั้นไม่กล้าทิ้งถุง Apple อีกเลย แต่พยายามเอาไปใช้ต่อทีละใบ จนถุงขาดค่อยทิ้งครับ ผมจะเอาใส่กล่องข้าวไปกินที่ทำงาน เพราะส่วนใหญ่ได้ถุงขนาดเล็กสุด มันใส่กล่อง Double Lock ที่ผมใส่ข้าวกลางวันไปกินที่ทำงานได้พอดี (หุงข้าวกินเองทุกเช้าครับ)เริ่ม Unbox ผมไม่ฉีกกระดาษ seal กล่องออก เพื่อไม่ให้เกิดขยะใหม่ 2 ชิ้น ให้ติดกับกล่องแบบนี้ไปอีกนาน บางคนอาจคิดว่า ไม่มีประโยชน์ เพราะยังไงกล่องทั้งกล่องก็ต้องเป็นขยะอยู่ดี แต่ผมคิดว่า ok ถูกต้อง ยังไงก็เป็นขยะทั้งกล่อง วิธีนี้ทำเพื่อ เลื่อนเวลาที่มันจะเป็นขยะออกไปเท่านั้นครับ การยืดเวลา ก็เป็นการลดขยะอีกวิธีนึง เหมือนเราซ่อมของใช้ แทนที่จะทิ้งแล้วซื้อใหม่Starlight ใสสว่างแม้กล่องภายนอกจะเป็น Package แบบใหม่ แต่ SE ยังมี Plastic seal คลุมปิดหน้าจอและ body หลัง แทนที่จะใช้กระดาษครับมี label บอก Physical Home buttonlabel ด้านข้าง Ring/Silent switch และ Volume up/down button (Oneplus user หัวร้อนกันมากที่ Flagship ของ Oneplus เริ่มตัด Alert slider ด้านข้างนี้ออกไป)ทันทีที่ลอก Plastic seal ผมจะวางกระจกกันรอยแทนที่ทันที วิธีนี้ไม่ต้องเช็ดฝุ่นระหว่างติดครับ แต่ต้องเล็งให้ดีและใช้เวลาน้อยมาก มีเวลา ~ 5 s ก่อนฝุ่นในห้อง particle แรกจะปลิวเข้ามาตกบน Screen (ก่อนติด ผมเร่งเครื่องฟอกอากาศเป็นแรงสุด เป็นเวลา 10 นาทีก่อนเริ่ม Unbox)ที่ต้องรองผ้า เพราะต้องการให้เครื่อง stable ระหว่างติดกระจก เพราะเครื่องวางราบไม่นิ่ง จากติดกล้องหลังที่นูนออกมาหลังวางตำแหน่งกระจก Seat แล้วติดเอง ติดได้ดีกว่าให้ร้านติดให้ 10 เท่าครับ เพราะเราคุมสภาพฝุ่นและแสงสว่างได้เองทั้งหมด ติดเบี้ยวไปนิดเดียว Proximity sensor เพี้ยนไปเลยนะ คือ เวลา call หน้าจอจะไม่ดับเอง เวลาเอาเครื่องแนบหูครับ เพราะกระจกไปบัง sensor ตัวนี้เข้าตำแหน่งกระจกกันรอย กับ ปุ่ม Home ผมจะไม่เสียเวลาเปิดเครื่อง เพื่อ activate ครับ แต่ใช้ iTunes activate เครื่องไปเลย เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาบางอย่าง ที่อาจเกิดขึ้นเวลา Activate ด้วยการเปิดเครื่องโดยตรงปกติผมจะใช้ Backup เดิมล่าสุดทุกครั้งครับ แต่เครื่องนี้ต้อง Set up as new iPhone เลย เพราะ…SE เครื่องนี้เป็น iOS 15.4.1 ครับทำได้คือ ลงรูปและเพลง เท่านั้น ส่วน apps ต้องลงใหม่ทั้งหมดหลัง Eject จาก iTunesพร้อม move onApple leather case ของ SE ครับ หายากมาก เพราะ Apple เลิกขายแล้ว (เหลือแค่ Silicone case only)ปกติเครื่องรุ่นใหม่ แกะกล่องมา เครื่องจะมี Battery 75% ครับ แต่ SE ค้างใน Store นานมาก จน Batt เหลือ 50% กว่าจะ Set up เสร็จ เหลือ 40%