ทฤษฎี Gate control theory

11217523_823019041086143_4765868447478573148_n

ถ้าไม่คิดเรื่อง Hydrodynamic theory (คือตัด Operative dentistry ออกไปแล้วเข้าสู่ Endodontics) ปลายประสาท (peripheral nervous system) ที่รับความรู้สึก (afferent) ใยประสาท (nerve fibers) ชนิดแรกที่เราเจอเวลา OCD คือ ใยประสาทชนิด A delta fibers ซึ่งนำความรู้สึก pain สู่ระบบประสาทส่วนกลาง (central nervous system) ด้วยความเร็ว 64.4 km/h

เพราะ A-fibers (A delta fibers) มีขนาดเล็กมาก (diameter 2-5 micron) และยัง myelinated มันจึงใช้การนำกระแสประสาท (pulse) ด้วยการกระโดดข้าม node (node of Ranvier) ด้วยความเร็วที่สูงมาก จึงนำความรู้สึก pain แบบ Sharp pain

ในขณะที่ เมื่อลงไปลึกขึ้น file หรือ broach จึงจะเจอกับ C fiber ซึ่งมีขนาด diameter 1 micron และ ไม่ coat ด้วย myelin มันจึงนำ nerve pulse ได้ด้วยความเร็วที่ช้ากว่า A delta fiber คือ ไปด้วย v= 4.8 km/h

ความรู้สึกแบบ Sharp pain จึงเร็วกว่า Dull pain ถึงประมาณ 13 เท่า

ใน Gate control theory ถ้าเราสามารถกระตุ้นให้เกิด nerve impulse ใดๆ ที่มีความเร็วชนะ A delta fiber ความรู้สึก pain ที่ผู้ป่วยได้รับจะลดระดับลง

(Gate control theory อธิบายว่า ระบบรับความรู้สึกจาก peripheral จะเข้าสู่ central nervous system ได้ จะต้องผ่าน “ประตูกั้น(Gate)” ที่อยู่ที่ spinal cord ก่อนจะขึ้นไปสู่ brain ดังนั้นถ้ามี pulse ใด ที่ไปถึงประตูนี้ได้เร็วกว่า (อีก pulse นึง) pulse ที่ไปถึงก่อน จะปิดกั้นประตู ไม่ให้ pulse ที่ไปถึงทีหลัง ผ่านเข้าประตูนั้นไปได้)

ยกตัวอย่างเช่น pain ที่อยู่ใน dental pulp จะรับความรู้สึกด้วย fiber 2 ชนิด คือ A delta fibers และ C fibers ความเร็วที่ไปถึง Gate ที่ spinal cord ได้เร็วที่สุด มาจาก A delta fiber

ถ้าเราสามารถ กระตุ้นปลายประสาทชนิดอื่น (เช่น A beta มี diameter 10 micron และนำ pulse ด้วย v= 180 km/h) ตาม Gate contron theory กระแสประสาทนี้ จะไปถึงประตูก่อน มันจะไปเปลี่ยน pulse ที่วิ่งไปตามใยประสาท A delta fibers หรือแม้กระทั่งทำให้ pulse นี้หยุดชะงักลงที่ประตู (หมายความว่า คนไข้จะมีความรู้สึกเจ็บปวดน้อยลง หรืออาจไม่รู้สึกเจ็บปวดเลย)

จากรูป ถ้าเราไม่กระตุ้น A beta โดยปล่อยให้ C fibers (ร่วมกับ A delta fiber) ทำงาน จะพบว่า มันจะไปจุดชนวนการส่งผ่าน pain ที่ประตูนำไปที่ brain เต็มๆ (Projection neuron ในรูปนี้ คือ ประตู)

11407090_823030574418323_2446033560052362591_n

แต่ถ้าเราสามารถกระตุ้น A beta fibers ให้ทำงาน ในรูป แม้ C fibers (และร่วมกับ A delta) จะถูกกระตุ้นด้วย ก็จะทำให้ประตู (Gate) ที่ Projection neuron ปิดกั้น pain ได้ทันที

11392859_823031567751557_6661571266659748505_n

ทฤษฎี Gate control theory ถูกพัฒนาขึ้นในปี ค.ศ.1965 (ช่วงเวลาหลังไอน์สไตน์ได้รับรางวัลโนเบลประมาณครึ่งศตวรรษ หรือ ตรงกับเหตุการณ์สำคัญในประเทศไทยคือ เป็นปีที่ อาภัสรา หงสกุล ได้รับตำแหน่งนางงามจักรวาล)

Dr.Walter R. Wilson ผู้คิดค้น regimen for Antimicrobial Prophylaxis for the prevention of Bacterial Endocarditis in patients with underlying cardiac conditions

10422588_818200654901315_423374819589552729_n

ครั้งแรกสุดที่มีการใช้ regimen คือในปี พ.ศ.2498 ซึ่งตรงกับเวลาในประเทศไทยคือ สมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีครั้งสุดท้าย (ก่อนลงจากตำแหน่งในปี พ.ศ.2500 ครับ)

อันนี้คือ หน้าตาของ regimen แรกสุด

Aqueous penicillin 600 000 U and procaine penicillin 600 000 U in oil containing 2% aluminum monostearate administered IM 30 minutes before the operative procedure

หลังจากนั้นเป็นที่น่าสังเกตว่า regimens ต่อๆ มา เริ่มมีการให้ “ก่อน” และ “หลัง” การทำทันตกรรมในกลุ่มเสี่ยง ทุก regimens คือ ปี พ.ศ.2500–>2503–>2508–>2515–>2520–>2527–>2533–>2540

Timeline ของการปรับ Antibiotics regimens for Prevention of Infective Endocarditis แสดงดังรูป

10013423_818205071567540_6660197708717449425_o

ถ้าสังเกต การ update regimens จาก AHA (American Heart Association) ในอดีตจะอยู่ในค่าเฉลี่ยห่างกันทุก 5 ปี ยกเว้นในครั้งหลังสุด จาก พ.ศ.2540 มาถึงครั้งล่าสุด ปี พ.ศ.2550 ในระยะห่างถึง 10 ปี ส่วนที่เปลี่ยนแปลงอยู่ในส่วนของข้อบ่งชี้ในการใช้เฉพาะยากลุ่ม Cephalosporins ซะเป็นส่วนใหญ่ (ในขณะที่ regimen หลัก ยังคงเดิม)

แสดง regimen ปัจจุบัน

11270548_818206681567379_7284166792898317425_o

สำหรับ Paper ฉบับเต็ม อ่านและ download เก็บไว้ได้จาก link นี้ครับ (AHA ตีพิมพ์ในปี พ.ศ.2550 update สุดละ ทั้งที่ผ่านมาแล้วเกือบ 10 ปีครับ)

Dr.Walter R. Wilson ท่านได้ American board 2 ใบครับ คือ Internal Medicine กับ Pathology และมีความสนใจเรื่อง musculoskeletal infections เป็นพิเศษ

 

Invasive Cervical Resorption

11265123_812203525501028_7574247999721254661_n

ครั้งแรกที่ฟัง lecture เรื่อง Invasive Cervical Resorption ผมยังเข้าใจผิดว่าโรคนี้เป็นลักษณะหนึ่งของ Internal root resorption ( internal root canal inflammatory resorption และ internal root canal replacement resorption) แต่จริงๆนั้น ไม่ใช่ เพราะ Invasive Cervical Resorption จัดอยู่ใน external root resorption รูปแบบหนึ่งต่างหาก

รูปข้างบนแสดง Clinical classification ของ Invasive cervical resorption ตามระดับ severity ส่วนใหญ่ Class 1 และ 2 จะเป็นการตรวจเจอโดยบังเอิญจาก routine check up ครับ (x-ray ไปเห็นพอดี) จึงพบว่า กว่าจะเห็นทางคลินิกจริงๆ จะพบการลุกลามมา Class 3 เยอะที่สุด

ตัวอย่างทางคลินิกของ Class 1 สังเกตซี่ 12 บริเวณขอบเหงือกที่มีลักษณะแดงและไม่เรียบ

20426_812206472167400_355780661411985367_n

film 12 แสดงรอยโรค Invasive cervical resorption Class 1

11329779_812206812167366_1114961901497459597_n

อันนี้คนละเคสนะครับ แสดงออก Class 2 คือ รอยโรคขนาดใหญ่ขึ้นจนฟันเริ่มมี pink discoloration

10403477_812207125500668_310696912442050695_n

film ซี่ 11 lesion ซ้อนทับกับ pulp (อยู่ในแนว labio-lingual จึง superimpose กับ pulp แต่ยังไม่ expose pulp ครับ)

10422084_812207478833966_6331999311111370794_n

ความแปลกของ Invasive cervical resorption คือ มันไม่ค่อยจะ expose pulp ครับ จากรูปของอีกเคสนึง เป็น Class 2 จะเห็นว่า ถ้ารอยโรคอยู่ในตำแหน่ง proximal (ไม่ซ้อนทับ pulp) เราจะสังเกตเห็น radiopaque line บางๆ กั้นระหว่างรอยโรคกับ pulp (แสดงลักษณะของกลไกป้องกันตนเองของฟัน)

11012409_812207822167265_2142092912146321145_n

แม้ความคล้ายคลึงกับ caries จาก film ก็สามารถ diff diag ได้จากลักษณะของขอบรอยโรคที่ irregularity คล้ายๆ scallop pattern

เคสนี้มองในปากทางด้าน palatal เห็นฟันสีออกแดงเรื่อๆ ขนาดนี้เลย ลักษณะกลไกป้องกันตัวเองของฟันจาก film x-ray (radiopaque line) เป็นข้อบ่งชี้ว่า ฟันซี่นี้กำลังเผชิญกับ active form ของ tooth resorption

10981601_812208815500499_9146296251597078657_n

film ของฟันหลัง ที่เจอ Invasive cervical resorption Class 2

11113879_812209535500427_6002034229819047015_n

ในคลินิก มองไม่เห็นความผิดปกติใดๆ (ไม่มี discoloration)

11257063_812209762167071_2179407517045093717_n

Class 3 รอยโรคจะลุกลามไปทาง root แต่กินบริเวณไม่เกิน Coronal 3rd of root

10409635_812210092167038_9059537477947009373_n

แสดงรอยโรค Class 4 ซึ่งเป็นระยะที่แรงสุด รอยโรคลงไปเกิน Coronal 3rd of root ลูกศรแสดงขอบเขตของ pulp ที่เป็น radiopaque line

11263052_812211052166942_5589759010175290357_n

ภาพตัด section ของรากฟัน จะเห็นผนังที่หุ้ม pulp เพื่อแยกจากขอบเขตของรอยโรค ชัดมากๆ

10398035_812211535500227_4661018509111500693_n

etiology ของ Invasive cervical resorption ยังหาไม่เจอครับ แต่พบ Predisposing factors จาก chart จะเห็นว่า Pt ที่เคยมีประวัติ Trauma และเคยรับ Orthodontic treatment จะมี incidence สูงสุด (Sole factor คือ สาเหตุนั้นเดี่ยวๆ และ Additional factor คือ สาเหตุร่วมกับสาเหตุอื่น เช่น เคย trauma+ortho ด้วย เป็นต้น)

11110135_812211872166860_1521132205657525445_n

ข้อมูลที่นำมา เอามาจาก Paper ชิ้นเดียวครับ เรื่อง Invasive cervical resorption โดย Geoffrey S. Heithersay

โดยสรุป ลักษณะเด่นของ Invasive cervical resorption อยู่ที่ Histopathology ครับ ที่แยกมันออกจาก Internal root resorption และ Classicl external inflammatory (infective) root resorption ได้อย่างเด็ดขาด