เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับอาชีพแต่ในมุมมองของผู้ใช้เรารู้จักมันไม่มากนัก review หนังสือ การยศาสตร์และกายวิภาคเชิงกล

12341486_900268086694571_1425985596663291185_n

ผู้เป็นต้นกำเนิดของการศึกษาด้าน ergonomics เป็นชาวโปแลนด์ ศ. วอยส์ไซเอช จาสท์รเซโบรว์สกี้ (Prof. Wojciech Jastrzebrowski) (ตรงกับไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น รัชกาลที่ 4)

หนังสือความหนา 180 หน้า

7337_914091311978915_1525401123413938155_n

ท่านอาจารย์ผู้แต่งทำงานในสาขาออกแบบผลิตภัณฑ์ และเรียนต่อระดับสูงในสายเวชนิทัศน์จึงมีความรู้เกี่ยวกับกายวิภาคของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี

12400858_914091678645545_6901216160208349961_n

จุดประสงค์ของหนังสือ สำหรับผู้อ่านในระดับ ป.ตรี โครงสร้างหนังสือในช่วงต้นถึงกลางๆ จะเป็นในสไตล์ของ ป.ตรี คือ เน้นท่องมาก ตั้งแต่บทที่ 1-3 และ 5 เป็นส่วนที่ทันตแพทย์มีพื้นฐานรื่อง Gross Anatomy อยู่แล้ว ยกเว้นบทที่ 4 ซึ่งเป็นค่า norm ของสัดส่วนร่างกายมนุษย์ (คนไทย) ซึ่งได้มีการเก็บรวบรวมเป็นสถิติที่ละเอียดมาก

10366302_914092608645452_4311916048654361554_n

บทที่ 6 น่าจะเป็นบททีบรรจุไว้สำหรับนักเรียนทันตแพทย์ในโรงเรียนมากที่สุด

734728_914092728645440_3237563959989165597_n

Ergonomics = Ergon+nomos นั้นธรรมดาไป แต่การบัญญัติคำว่า “การยศาสตร์” (การย์+ศาสตร์) ของราชบัณฑิตนั้นยิ่งแปลกกว่า

1411_914094258645287_2141902591882060414_n

ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตเล่มล่าสุด (ปี 2554) ไม่มีคำว่า “การยศาสตร์” มีแต่คำว่า “การย์” เท่านั้น

1935768_914095405311839_2621705078837610834_n

เริ่มต้นบทที่ 2 เป็น anatomy พื้นฐาน เด็กๆ จะต้องท่องกันประมาณนี้ครับ

10644955_914097071978339_1119020921085266956_n

1501665_914097128645000_8756726281928054479_n

10404442_914097175311662_9167103506299146625_n

บทที่ 3 เริ่มเข้าสู่ movement

10262260_914097265311653_4441292546142413849_n

1450777_914097301978316_5443619269642522302_n

 

ดำดิ่งสู่โลกของหมอ Oper ด้วย review หนังสือ การบูรณะฟันหน้าโดยตรงด้วยเรซินคอมโพสิต

12119172_878610938860286_6527512413539361466_n

เป็นหนังสือภาษาไทยที่เขียนโดยท่านอาจารย์ Operative เล่มที่ 6 ที่ผมเคยอ่านมาครับ เล่มนี้ถือเป็นเล่มล่าสุดที่ตีพิมพ์เป็นครั้งแรกในปี 2558

ถ้าไม่นับตอนสมัยเรียน Sheet ภาควิชา Oper มช.ถือว่าเป็นเอกสารประกอบการสอนที่ละเอียดมาก ในสมัยนั้นการใช้ Powerpoint และการพิมพ์แบบใหม่ทำให้ font ที่คมชัด กระตุ้นความรู้สึกในการอ่านและเก็บรักษาให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

ความรู้เรื่อง Operative ของทันตแพทย์ไทยค่อนข้างสูง ด้วยเพราะความแข็งแกร่งของชมรมทันตกรรมหัตถการ ที่ออกวาสารทันตกรรมหัตถการ ตั้งแต่ปีแรกในปี พ.ศ.2543 ต่อเนื่องยาวนานมาจนถึงปีปัจจุบัน

หน้าตาของวารสารทันตกรรมหัตถการ ปีที่ 1 เล่ม 2 ปี 2543

12122821_878615468859833_3728001657464296623_n

ในจำนวนหนังสือภาษาไทย Oper ทั้งหมดที่ออกมาทั้งหมดในรอบ 10กว่าปี จะเป็นหนังสือที่เขียนเกี่ยวกับ Tooth colored restorations ทั้งหมด ทั้ง Anterior และ Posterior restorations ( ไม่มีเล่มใดกล่าวถึง Amalgam restoration เลย ถ้าไม่นับที่กล่าวไว้ในส่วน Core build up นะครับ)

ท่านอาจารย์ ยุทธนา คูวุฒยากร ผู้แต่งหนังสือเล่มที่ผมรีวิวนี้ ถิอเป็นอาจารย์รุ่นใหม่ที่น่าจับตามาก ถ้าใครได้เปิดหนังสือเล่มนี้ตั้งแต่หน้าแรก คงจะพูดแบบผมนี่หละครับ เพราะหนังสือราคา 1,100 บ. สมมติถ้าเปลี่ยนหนังสือเล่มนี้เป็น Textbook ราคาหนังสือน่าจะอยู่ประมาณ 10,000 บ.

10410820_878619052192808_2873926037525374523_n

หนังสือเป็นปกแข็งอาบมัน และรูปภาพแบบจัดเต็ม ที่ความหนาประมาณ 280 หน้า

ผมลองเทียบกับหนังสือ The Martian เล่มที่อยู่ข้างบนหนา 400 หน้า ด้วยคุณภาพของกระดาษจะเห็นความหนาออกมาพอๆ กัน

12105694_878620555525991_5712573973347752707_n

โครงสร้างของหนังสือแบ่งออกเป็น 10 บท ล้อตามการทำงาน filling ในคลินิก เริ่มที่บทที่ 1-4 เป็นเรื่องพื้นฐานของ composite resin (ผมติดเรียกแบบนี้มากกว่าคำว่า resin composite ครับ) ในด้านทันตว้สดุ และพื้นฐานของ Dental anatomy รวมๆ กัน

12144727_878622355525811_1510459532464898777_n

การทำงานในคลินิกจะเริ่มที่ บทที่ 5 การเทียบสีฟันและแผนภาพฟัน

บอกตามตรง ผมเพิ่งเคยเห็น Shade guide ตัวนี้ครับ ได้เห็นวิธีใช้ในหนังสือแล้วรู้สึกมันอลังการมาก

12047137_878624158858964_8720692037048690242_n

เริ่มบทที่ 6 (ครึ่งทางในครึ่งหลังของหนังสือ) เป็น filling Cl III ครับ ละเอียดมากให้เห็นกันตั้งแต่ bevel ตามรูปเลยครับ

12072534_878626032192110_1469791597090232589_n

บทที่ 7 เป็นเรื่อง filling Cl IV

บทที่ 8 เรื่อง Veneer และ บทที่ 9 เรื่องปิด Diastema จนจบ บทที่ 10 เรื่อง Polishing และคำแนะนะในการเลือก case & maintainance ครับ

ในบรรดาทั้ง 10 บท ผมให้บทที่ 4 เป็นบทที่อ่านผ่านยากที่สุด เพราะเป็น art ล้วนๆ เลยครับ ทำความเข้าใจยากมากสุดแล้วบทนี้

12096537_878628095525237_539715692138683316_n

ผมต้องใช้วิธีอ่านข้ามครึ่งหลังของบทที่ 4 คือ อ่านแบบ scan ไปก่อนครับ เพื่อไปอ่านครึ่งหลังของหนังสือ ตั้งแต่บทที่ 6-10 พบว่า อ่านง่ายมาก (คงเป็นเพราะคุ้นเคยกับงานที่ทำมากกว่า) แล้วค่อยถอยกลับมาอ่านบทที่ 4 เป็นบทสุดท้ายจนจบอีกครั้ง

บทที่ 10 ท่านอาจารย์เน้นเรื่อง polishing มาก (ซึ่งช่วยให้ผมตระหนกในงานที่ทำเพราะบางทีก็ชอบใช้ Rebonding technic หรือ Composite sealant แบบลักไก่เวลารีบๆ ครับ)

12122490_878629752191738_1305739772539760178_n

ราคาเต็มหนังสืออยู่ที่ 1,100 บ. แต่ถ้า สั่ง Online ได้ส่วนลดครับ

สิ่งที่ได้จากการอ่านหนังสือเล่มนี้ คือ ทำให้เห็นถึงจุดอ่อนและข้อบกพร่องที่ผม filling อยู่เป็นงาน routine ทุกวัน จนทำให้ละเลยรายละเอียดที่ช่วยให้งานที่ออกมาน่าจะทำได้ดีกว่านี้ครับ และอยากลองใช้ Composite resin ยี่ห้ออื่นๆ ตัวที่ไม่เคยใช้ น่าสั่งมาเล่นดูบ้าง ถ้ามี Guide แบบในหนังสือไม่ยากเลยครับ เพื่อเปลี่ยนงานแบบซ้ำๆ ทุกวันให้เป็นงานที่ท้าทายและสนุกขึ้น

นอกจาก ชื่อท่านอาจารย์ รศ.ทพ.มนตรี จันทรมังกร,ท่านอาจารย์ รศ.ทพ.เฉลิมพล ลี้ไวโรจน์, แล้วชื่อของท่านอาจารย์ ยุทธนา คูวุฒยากร เป็นชื่อที่น่าจับตามองมากในขณะนี้และอนาคตครับ

 

 

 

 

ในศตวรรษที่ 21ถ้าลงทุนซื้อ Textbook ซักเล่ม เราจะได้อะไรบ้าง review หนังสือ Pathways of the PULP 10th edition

11232716_867268853327828_7322485321138629902_n

ถ้าถามผมว่า สมมติมี Textbook ติดคลินิกไว้เป็น reference ในงบจำกัดที่สุด ผมแนะนำอยู่ 2 เล่มครับ และ 1 ในนั้นคือ Cohen’s Pathways of the PULP

(ส่วนอีกเล่มนั้น คือ Contemporary implant dentistry ของ Carl E. Misch เอาไว้พูดถึงใน review คราวหน้า)

11986493_867274176660629_886297869062706074_n

อาจารย์ที่เป็นบรรณาธิการหลักของหนังสือมีอยู่ 3 ท่านเป็น Endodontist ทั้งหมด (แต่ถ้านับรวมผู้เขียนทุกบท 30 บท จำนวน 65 ท่าน เป็น Endodontist 90% ที่เหลือเป็นหมอ Resto (Oper+Pros),Commun(พฤติกรรมของคนไข้และ Law), Occlusion(เรื่อง TMD และ Orofacial Pain), Pedo, Biomaterial) คือ

Kenneth M.Hargreves

11986506_867276389993741_2726727348086430159_n

Stephen Cohen

11665380_867276799993700_7120843013120240054_n

Louis H.Berman

12003192_867277236660323_137351946244240389_n

จุดประสงค์ของ review นี้ ไม่ได้มุ่งอธิบายรายละเอียดของหนังสือ แต่จะชี้ให้เห็นถึงสิ่งที่ได้จากการซื้อหนังสือเล่มนี้ ซึ่งผมเห็นว่าเป็นสิ่งที่แปลกใหม่กว่า สมัยก่อนที่เราเป็น นักศึกษาทันตแพทย์แล้วต้องไปยืมหนังสือจากห้องสมุดมากครับ

Pathways of the PULP (ขอย่อว่า PW) แต่ละ edition จะมีระยะเวลาที่ทำการปรับปรุงและตีพิมพ์ใหม่ ทุก 4-5 ปี โดยการตีพิมพ์ครั้งที่ 10 เกิดขึ้นในปี ค.ศ.2011 (พ.ศ.2554 ปีที่เกิดสึนามิที่ญี่ปุ่น)

edition ที่ 10 เล่มที่เห็นในรูปจีงตกรุ่นไปเรียบร้อยแล้วครับในปีนี้ พ.ศ.2558 เพราะปีปัจจุบันคือ PW 11th edition

อันนี้คือ หน้าปก PW เล่มล่าสุดจริงๆ บทที่เพิ่มขึ้นมาจาก 10th edition มีเรื่อง Root Resorption, Management of Iatrogenic Events, Bleaching Procedures

11986587_867289816659065_7907375321831577517_n

โดยรวมหนังสือ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนแรกเป็นกระบวนการ Endodontic พื้นฐาน ตั้งแต่ตรวจ จน FRC, ส่วนที่ 2 เป็น basic science+basic medical science ที่เกี่ยวกับ Endodontic และส่วนสุดท้ายจะเป็นภาคที่ว่าด้วยคลินิกล้วนๆ

เมื่อซื้อ PW มาแล้วเราเปิดปกแรกสุด ที่ด้านในจะมีรหัสที่ต้องใช้เหรียญขูดเพื่อดูรหัสแบบนี้ครับ

11954797_867295059991874_3991735699887192739_n

เมื่อขูดออกมาจะได้รหัสชุดนึง

12003225_867295426658504_1158148169758193667_n

เพื่อเข้าไป sign in และใช้ชุดรหัสที่ขูดได้ลงทะเบียนที่เวบนี้

เวบ ExpertConsult.com

หลังจากผ่านการลงทะเบียนจะเกิดผล 2 อย่าง คือ

1.ใน PC เราจะได้ E-book เรื่อง Pathways of the PULP สำหรับอ่านในคอม โดยเนื้อหาจะมีครบทั้ง Part 1,2,3 เหมือนในหนังสือทั้งภาพและเนื้อหา

11174329_867297046658342_2442226696098008251_o

 

2.จะมี link ให้ download App 1 ตัว สำหรับลงใน Smart phone หรือ Tablet ชื่อ App inkling สำหรับ iOS และ Android (ปัจจุบันยังไม่มี App นี้ใน Windows Phone OS และ Kindle ของ Amazon)

ลงใน Tablet แล้วจะได้หน้าตา App แบบนี้

12002086_867301763324537_3382150527722614210_n

ต่อไปจะแสดง Contents ที่ได้จากการลง App (การ log in เข้าไปอ่านในเวบสำหรับ Notebook หรือ PC จะให้ผลเหมือนกัน แต่ต่างที่ได้ขนาดหน้าจอที่กว้างกว่า)

เมื่อเปิด App inkling จะพบหนังสือที่เราลงทะเบียนจากเลขรหัสที่ขูดจากปกด้านในโดยอัตโนมัติ

11216583_867303489991031_3705104917309294814_n

Dentdiary (เมื่อกดที่รูปหนังสือ ระบบจะ download Contents ทั้งหมดเพียงครั้งเดียวทั้ง 30 บท ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. หลังจากนั้นเราสามารถเปิดอ่านเนื้อหาแบบ Offline ได้ทั้งหมด ยกเว้นส่วนที่เป็น Multimedia เช่น clip ต่างๆ ต้องใช้ internet เพื่อเปิดดูเสมอ)

Part I

12004106_867304569990923_3977893230152761473_n

Content ใน Part II

11999020_867305136657533_8374333316463817907_n

Part III

12002258_867305429990837_8145329143110491751_n

แต่ Contents ที่อยู่ใน App (และในเวบ version) จะยังไม่หมดเหมือนที่เราอ่านในหนังสือครับ ซึ่งสิ่งที่เพิ่มเข้ามานั้น น่าสนใจมาก

ส่วนที่เพิ่มมา (Contents ที่ไม่ได้บรรจุในหนังสือ) มีอีก 3 ส่วน

11215775_867306983324015_3061233783488133230_n

1.Updates to this book จะแสดงเนื้อหาที่มีการ Update (หลังจากหนังสือตีพิมพ์ในปี พ.ศ.2554) เนื้อหาที่เพิ่มมาคือปี พ.ศ.2555 และ 2556

11144950_867307993323914_1326156335937938063_n

2.Multimedia จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ คลิป VDO และการทำเสนอ Case study (ส่วนรูปภาพเราสามารถ save ได้ทุกรูปครับ ส่วน VDO สามารถ capture ได้ด้วย App หรือ โปรแกรม record ภาพหน้าจอ เพื่อไว้ดูแบบ Offline)

12003422_867309329990447_7885949972260283943_n

แสดงตัวอย่าง Case study

12002203_867309459990434_8094729627361499186_n

12002744_867309669990413_733963690008674590_n

ส่วนที่ 3 ซึ่งเป็นส่วนที่เพิ่มเติมนอกเหนือจากหนังสือ คือ แบบทดสอบเพื่อวัดจุดประสงค์การเรียนครับ

12004055_867310349990345_3554487988262313199_n

ตัวอย่างแบบ Quiz

12003300_867310759990304_4727681454235661504_n

เป็นแบบ multiple choice questions

12004094_867311093323604_3922973610970226410_n

เมื่อเลือกตัวเลือกที่คิดว่า ใช่คำตอบแล้ว ให้กดตรง Check Answer ครับ

จะเฉลยว่า เราถูกหรือผิด แล้วบอกหน้าของหนังสือให้ไปเปิดดูคำอธิบาย

11046263_867312646656782_3617684131998796163_n

ในการลง App inkling จะจำกัดเครื่องสำหรับลงได้เพียง 2 เครื่อง คือ นับการ log in เข้าไปใช้ Contents ในเวบเป็น 1 เครื่อง และ การลง App inkling ใน Smart phone (หรือ Tablet) อีก 1 เครื่อง รวมเป็น 2 เครื่องเท่านั้นครับ (ถ้าจะลงเพิ่มมากกว่านี้ App จะเตือนว่า Contents ที่อยู่ในเครื่องเดิมจะไม่สามารถใช้ได้) คล้ายๆ กับการลง Line ที่ใช้ ID เดียวกัน สำหรับโทรศัพท์ 2 เครื่อง ที่เราต้องเช้าใช้พร้อมกันเพียงครั้งละ 1 เครื่อง Only

คือ PC+Smart phone หรือ PC+Tablet หรือ Smart phone+Tablet

สมมติถ้าเราไม่ต้องการซื้อ Textbook ก็ใช้วิธีซื้อเฉพาะ Version E-book ในเวบก็จะให้ผลเหมือนกันครับ (ยกเว้นว่าจะไม่มีฉบับตีพิมพ์เก็บไว้บนชั้นหนังสือส่วนตัว) ซึ่งส่วนตัวผมเห็นว่า ลงทุนซื้อแบบหนังสือนั้นคุ้มค่ากว่าครับ

 

 

 

 

review หนังสือ หินน้ำลาย

11760263_848759775178736_8834544552268742626_n

แว้บแรกที่เห็นในชั้นวาง ผมลังเลที่จะหยิบหนังสือเล่มนี้ออกมาดู เพราะคิดว่าน่าจะเป็นหนังสือพื้นฐานสำหรับประชาชนทั่วไป แต่หลังจาก scan ดูเนื้อหาคร่าวๆ จึงรู้ว่า ไม่ใช่แบบนั้น

หนังสือมีความหนา 80 หน้า (รวม index) ราคา 100 บาท จากชื่อหนังสือ ถ้าจัดให้เป็นหนังสือ Perio ไม่น่าจะใช่ เพราะจากเนื้อหาทั้งเล่ม น่าจะจัดเป็นหนังสือ Oral med มากกว่า

ถ้าลองดูโครงสร้างหนังสือ จะเห็นว่า ท่านอาจารย์ผู้เขียนต้องการให้อ่านเพื่อทำความเข้าใจและรู้จัก calculus ให้ครอบคลุมจนสามารถให้คำแนะนำกับคนไข้ได้ พูดง่ายๆ คือ หลังจากอ่านจบแล้วเวลาเจอคำถามที่คนทั่วไป ถามหมอบ่อยๆ ก็สามารถตอบได้อย่างมั่นใจที่สุด เรื่อง calculus และ สารเคมีที่เป็นสาวนผสมในยาสีฟันสูตรควบคุมหินปูน

11796378_848763168511730_2278782140455638540_n

เรื่องสารเคมีที่เป็นสูตรผสมในยาสีฟัน จะอยู่ในบทสุดท้ายของหนังสือ (บทที่ 6 สารต้านหินน้ำลาย)

หนังสือมีรูปประกอบน้อยมาก ส่วนใหญ่จะเป็นตัวหนังสือ

11822810_848766611844719_696785096239064752_n

font ที่ใช้อ่านง่าย พิมพ์ชัดเจนมาก แต่กระดาษที่ใช้ค่อนข้างสะท้อนแสง เวลานอนอ่านกับไฟหัวเตียงครับ

11800310_848767498511297_8382294736860725868_n

ถ้าสำหรับเด็ก Undergrad ตารางแบบนี้ต้องออกสอบแน่นอน

11813533_848768051844575_2360984465613204009_n

ประโยชน์ที่ได้จากหนังสือคือ ช่วย recall ความสำคัญของงาน routine ที่ทำทุกวันอย่างการ Scaling ที่เหมือนจะทำด้วย Spinal cord แต่หลังจากได้รื้อความรู้เรื่อง calculus ทำให้การ Scaling ที่ผมทำทุกวัน ปรับเปลี่ยนไป

หน้าปกหนังสือ แสดงการเกิด หินน้ำลายเหนือเหงือก ซึ่งมักพบบริเวณที่เป็นรูเปิดของท่อน้ำลาย Wharton’s,Bartholin’s duct และด้าน buccal ของ molar บนจาก Stensen’s duct

ส่วนการกระจายและส่วนประกอบของ Sungingival calculus นั้นมีรายละเอียดต่างออกไป

ท่านอาจารย์ลงรายละเอียด ถึงการเกิด Phase tranformation ของ calculus ที่ขึ้นกับค่า pH ของน้ำลาย (ปกติ Phase transformation ของทันตวัสดุเช่น Amalgam,Alloy,Porcelain จะเกิดจากการเปลี่ยนค่า อุณหภูมิและความดัน)

สูตรเคมีเยอะ แต่ไม่มากจนทำให้ปวดหัว สมการเคมีมีสมการเดียว อาจารย์ท่านให้เพื่ออธิบาย สมดุลเคมีของ Hydroxyapatite กับค่า pH (เป็นสมดุลแบบผันกลับง่ายๆ)

11781605_848774965177217_4914690792115941939_n

อธิบาย คือ ถ้า pH สูงขึ้น (เป็นเบสมากขึ้น คือ OH-มากขึ้น) สมการจะดุลกลับไปทางสารตั้งต้น คือ HA ทำให้ภายใต้สภาวะนี้ HA (ผลึก calculus ในรูป HA) จะละลายได้น้อยลง

อ่านไปเรื่อยๆ จนเกือบจะจบ เมื่อถึงบทสุดท้าย จะรู้สึกตื่นเต้นขึ้นนิดหน่อยที่จะเจอสารต่างๆ ในยาสีฟัน ที่คนไข้ชอบถามว่า มีผลอย่างไร? และยาสีฟันยี่ห้อไหน ใช้ดีที่สุด? ด้วยความรู้ในบทนี้ จะทำให้หมอสามารถตอบคำถามเหล่านั้นได้ดีขึ้นครับ

สิ่งที่ผมชอบเป็นการส่วนตัว คือ ค่าความเร็วในการไหลผ่านผิวฟันของฟิลม์น้ำลายครับ ในสภาวะที่ไม่มีการกระตุ้นและมีการกระตุ้นการหลั่งของน้ำลาย ตัวเลขจะต่างกันประมาณ 40 เท่า (ต่างกันเยอะมาก เป็นตัวเลขที่แปลกดี)

11822522_848778968510150_4285240400231972804_n

ทำให้ผมหวนคิดถึงการทดลองการวางเงื่อนไขแบบคลาสิก (สั่นกระดิ่งแล้วหมาน้ำลายไหลของ Pavlov: อิวาน เปโตรวิช พาวอฟ) ชื่อ Pavlov อ่านว่า พา-วอฟ นะครับ ไม่ใช่ พาฟ-ลอฟ (อันนี้ไม่มีในหนังสือเล่มนี้นะครับ ผมนึกถึงเฉยๆ ครับ)

11825145_848782595176454_8737475253359567228_n