Author: drpanlop

Invasive Cervical Resorption

11265123_812203525501028_7574247999721254661_n

ครั้งแรกที่ฟัง lecture เรื่อง Invasive Cervical Resorption ผมยังเข้าใจผิดว่าโรคนี้เป็นลักษณะหนึ่งของ Internal root resorption ( internal root canal inflammatory resorption และ internal root canal replacement resorption) แต่จริงๆนั้น ไม่ใช่ เพราะ Invasive Cervical Resorption จัดอยู่ใน external root resorption รูปแบบหนึ่งต่างหาก

รูปข้างบนแสดง Clinical classification ของ Invasive cervical resorption ตามระดับ severity ส่วนใหญ่ Class 1 และ 2 จะเป็นการตรวจเจอโดยบังเอิญจาก routine check up ครับ (x-ray ไปเห็นพอดี) จึงพบว่า กว่าจะเห็นทางคลินิกจริงๆ จะพบการลุกลามมา Class 3 เยอะที่สุด

ตัวอย่างทางคลินิกของ Class 1 สังเกตซี่ 12 บริเวณขอบเหงือกที่มีลักษณะแดงและไม่เรียบ

20426_812206472167400_355780661411985367_n

film 12 แสดงรอยโรค Invasive cervical resorption Class 1

11329779_812206812167366_1114961901497459597_n

อันนี้คนละเคสนะครับ แสดงออก Class 2 คือ รอยโรคขนาดใหญ่ขึ้นจนฟันเริ่มมี pink discoloration

10403477_812207125500668_310696912442050695_n

film ซี่ 11 lesion ซ้อนทับกับ pulp (อยู่ในแนว labio-lingual จึง superimpose กับ pulp แต่ยังไม่ expose pulp ครับ)

10422084_812207478833966_6331999311111370794_n

ความแปลกของ Invasive cervical resorption คือ มันไม่ค่อยจะ expose pulp ครับ จากรูปของอีกเคสนึง เป็น Class 2 จะเห็นว่า ถ้ารอยโรคอยู่ในตำแหน่ง proximal (ไม่ซ้อนทับ pulp) เราจะสังเกตเห็น radiopaque line บางๆ กั้นระหว่างรอยโรคกับ pulp (แสดงลักษณะของกลไกป้องกันตนเองของฟัน)

11012409_812207822167265_2142092912146321145_n

แม้ความคล้ายคลึงกับ caries จาก film ก็สามารถ diff diag ได้จากลักษณะของขอบรอยโรคที่ irregularity คล้ายๆ scallop pattern

เคสนี้มองในปากทางด้าน palatal เห็นฟันสีออกแดงเรื่อๆ ขนาดนี้เลย ลักษณะกลไกป้องกันตัวเองของฟันจาก film x-ray (radiopaque line) เป็นข้อบ่งชี้ว่า ฟันซี่นี้กำลังเผชิญกับ active form ของ tooth resorption

10981601_812208815500499_9146296251597078657_n

film ของฟันหลัง ที่เจอ Invasive cervical resorption Class 2

11113879_812209535500427_6002034229819047015_n

ในคลินิก มองไม่เห็นความผิดปกติใดๆ (ไม่มี discoloration)

11257063_812209762167071_2179407517045093717_n

Class 3 รอยโรคจะลุกลามไปทาง root แต่กินบริเวณไม่เกิน Coronal 3rd of root

10409635_812210092167038_9059537477947009373_n

แสดงรอยโรค Class 4 ซึ่งเป็นระยะที่แรงสุด รอยโรคลงไปเกิน Coronal 3rd of root ลูกศรแสดงขอบเขตของ pulp ที่เป็น radiopaque line

11263052_812211052166942_5589759010175290357_n

ภาพตัด section ของรากฟัน จะเห็นผนังที่หุ้ม pulp เพื่อแยกจากขอบเขตของรอยโรค ชัดมากๆ

10398035_812211535500227_4661018509111500693_n

etiology ของ Invasive cervical resorption ยังหาไม่เจอครับ แต่พบ Predisposing factors จาก chart จะเห็นว่า Pt ที่เคยมีประวัติ Trauma และเคยรับ Orthodontic treatment จะมี incidence สูงสุด (Sole factor คือ สาเหตุนั้นเดี่ยวๆ และ Additional factor คือ สาเหตุร่วมกับสาเหตุอื่น เช่น เคย trauma+ortho ด้วย เป็นต้น)

11110135_812211872166860_1521132205657525445_n

ข้อมูลที่นำมา เอามาจาก Paper ชิ้นเดียวครับ เรื่อง Invasive cervical resorption โดย Geoffrey S. Heithersay

โดยสรุป ลักษณะเด่นของ Invasive cervical resorption อยู่ที่ Histopathology ครับ ที่แยกมันออกจาก Internal root resorption และ Classicl external inflammatory (infective) root resorption ได้อย่างเด็ดขาด

 

 

 

เทคนิคการเตรียม 3 mix-MP triple antibiotic paste

 

การใช้ triple-ABX regimen ครั้งแรกเป็นการศึกษากับเชื้อ E.coli ที่เพาะเชื้อใน root canal ของฟันที่ถอนออกมาแล้ว (in vitro) ในปี ค.ศ.1996 โดย Hoshinoและคณะ ทำที่ Niigata University ญี่ปุ่น

Prof. Hoshino Etsuro DDS, PhD Chaiman Div of Biological Science Niigata University, Japan

1471300_809526992435348_5846024925170536832_n

Classic paper ชิ้นนั้นคือ

10547749_809527362435311_3714144090234800317_o

download มาอ่านได้จาก link นี้ครับ

(เชื้อ E.coli เป็นเชื้อ facultative anaerobes(เติบโตได้ดีทั้งในภาวะที่มีและไม่มีออกซิเจน) ชนิดแกรมลบ รูปร่างเป็นแท่ง ศักยภาพมักก่อให้เกิดโรคที่ GI พบได้ในช่องปาก)

ปัจจุบัน 3mix เริ่มเข้ามามีบทบาทเป็น Recommended protocol ของการทำ Pulp regeneration (ในทางปฎิบัติทำได้เพียง Pulp revascularization เท่านั้น คือ มี regrowth ของ blood vessels แต่ยังไม่สามารถทำให้เกิด nerve regeneration ได้)

Protocol นั้นคือ OCD แล้ว IR with 5.25% NaOCl 10-15 นาที (ไม่ต้อง MI) ซับแห้ง แล้ว med with 3mix MP(freshly mixed paste of ciprofloxacin,metronidazole,minocycline in Macrogol ointment/propylene glycol base) เป็นเวลา 1 wk ก่อนเข้าสู่ step B,C ตามรูป

11054471_809531755768205_2171771213307136047_o

(ย้ำว่า Protocol นี้ ทำให้ฟันแท้ที่ตายแล้วแต่ยัง immature คือ ปลายรากยังไม่ปิดนะครับ เดิมเรามีทางเลือก 2 ทาง คือ 1.ทำ Apexification เพื่อให้ปลายรากปิด 2.ถอนแล้ว ortho หรือ pros แต่ Regenerative endodontic คือทางเลือกใหม่อีกทางหนึ่ง)

ทบทวนการจำแนกชนิดของ ciprofloxacin,metroidazole,minocycline

1625549_809532355768145_7378293686724740248_n

3mix เข้ามามีบทบาทใน Regenerative endo เพราะ เรารู้ว่าในฟันแท้ที่ปลายรากยังไม่ปิดจะมี mesenchymal stem cells อยู่ในบริเวณที่เรียก Apical papilla (ลูกศรชี้ในรูป C) ตรงนี้จะถูกกระตุ้นให้เกิด bleed ใน bleeding step ของขบวนการอีกทีหนึ่ง เรียกเซลล์พวกนี้ว่า SCAP (stem cells of the apical papilla)

11260713_809533422434705_4049269902984291088_o

Current recommendation สำหรับการทำ fix prosthesis ในฟัน Endo จากหนังสือ Pathways of the PULP 10th edition

11037562_809204265800954_5937790006513257442_n

ภาพนี้อยู่ในบทที่ 22 เรื่อง Restoration of the Endodontically Treated Tooth (หนังสือเล่มนี้มีทั้งหมด 30 บท)

ข้อสังเกตของผมคือ แนวคิดในการ Restore ค่อนข้าง conservative มากๆ สังเกตว่า จากรูปข้างบนเป็นคำแนะนำสำหรับฟันหน้า กรณีที่ใช้ Post&Core จะมีเพียง 2 กรณี คือ

1.ในฟันหน้าที่ถูกทำลายไปมาก แต่ยังมี remaining structure มากกว่าหรือเท่ากับครึ่งหนึ่งของเนื้อฟันทั้งหมด และยังมี Ferrule และต้องร่วมกับ Pt มี Occlusion load สูงๆด้วยนะ (เช่น Deep bite, Parafuntional habit)

2.ฟันที่ไม่มี Furrule แล้ว

….นอกจาก 2 กรณีนี้จะไม่ใช้ Post&Core เลย

ที่นี้ในกรณีที่เป็น ฟันหลัง

11262481_809207815800599_1726421356444333754_n

ผมลองค้นหาชื่อของอาจารย์ที่เขียนบทที่ 22 นี้ พบว่ามี 3 ท่าน คือ

Didier Dietschi D.M.D, PhD เป็นหมอ Oper

11078149_809208762467171_5107201394676859345_n

Serge Bouillaguet D.M.D ก็เป็นหมอ Oper ครับ

11263011_809209555800425_7986026261052494412_n

Avishai Sadan D.M.D ท่านนี้เป็นท่านเดียวที่เป็น Pros ครับ แต่ชื่อวางไว้หลังสุดในผู้เขียนบทที่ 22 นี้ จากทั้ง 3 ท่าน ผมเลยเดาว่า อิทธิพลของ Pros เลยน้อยกว่า Operative (ซึ่ง Oper จะมีแนวคิดทาง Conservative มากกว่า ในขณะที่ Pros จะ Over engineer มากกว่า)

11130164_809210429133671_8200816414363589299_n

film Pa ฟิล์มนี้ก็นำมาจากบทเดียวกันครับ

11216625_809215059133208_5010472251685036014_o

ท่านอาจารย์ผู้เขียนอาจจะมีประสบการณ์เจอเคสแบบในฟิลม์นี้มาเยอะ เลย recommend ให้ใช้ Post&Core ในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น คือ Pt มีแรงกัดสูงกว่าปกติ หรือ ฟันที่ถูกทำลายจนไม่มี Ferrule เหลืออยู่เลยเท่านั้นครับ

คล้ายๆ กัน คือ กรณีที่ใช้ Post&Core จะมีเพียงกรณีที่ฟันไม่มี Ferrule เท่านั้น