ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา (2 วันที่แล้ว) กะจะไปเดินเล่นใน 0 CU book ข้างๆ คณะ ที่ SiamSq โดยไม่ได้คิดอะไร เพราะวันนั้น สงกรานต์สีลม จบไปแล้ว เหลือ ถ.ข้าวสาร เป็นวันสุดท้าย ซึ่งไกลมาก ไม่น่ามี effect
แต่พอเดินตัดจะเข้า ถนนตรงกลาง ตกใจมากที่โผล่เข้ามาในกลางงานสาดน้ำของ Siam เลย ผมรีบเดินฝ่าเด็กๆ เข้า 0 หนังสือทันที
เปียกเสื้อนิดหน่อย
ตั้งใจจริง อยากมาดูเล่มนี้ครับ

อยู่บนชั้น Textbook นะครับ (เผื่อคุณหมอสนใจ)


จากนั้นคิดว่า น่าจะเดินออกจาก Siam ลำบาก (คงต้องเปียกอีกรอบ)
เลยเดินเฉียดไปแถว แผงหนังสือ Dentist ครับ ไม่ค่อยมีอะไร Update จนสายตากวาดมาหยุดตรงเล่มนี้

ตอนยังไม่เปิดอ่าน คาดว่า น่าจะเป็นแนว Digital work flow ของ Complete Denture ครับ
คือ ตอนที่เรียน CU ท่านอาจารย์ เคยไปออกหน่วยฯ ทำ CD 1 visit ครับ
CD 1 visit (ตอนนั้น) ทำได้โดยการนำช่าง technician lab และเครื่องมือแบบจัดเต็ม ไปกับหน่วยฯ ด้วย ตั้งแต่ Preliminary imp –> Delivery จึงทำได้ใน 1 visit จริงๆ ครับ
ดังนั้นการรวบ Visit ชอง CD ให้เหลือ 2 visit ด้วย Digital workflow จึงไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย
แต่พอหยิบมาเปิด Scan ปรากฏเป็น การทำ Conventional CD ตามปกติ แบบที่เราทำกันอยู่ครับ
แต่รวบ Visit ตั้งแต่ พิมพ์ปาก –> ลองฟัน เป็น 1st visit
และ Delivery&insertion เป็น 2nd visit ครับ
ตอนแรกก็ลังเล เพราะผิดคาดที่ไม่ใช่ Digital workflow ครับ แต่ก็คิดว่า ไม่ได้อ่าน CD มานานแล้ว เผื่อมีอะไรที่เราลืมเลือนไป ขอซื้อมา review หน่อยละกัน
ว่าแล้ว ไหนๆ ก็ติดสงกรานต์ที่ Siam ก็นั่งอ่านฆ่าเวลารอ เด็กๆ ซาจากเล่นน้ำก่อน ค่อยกลับ หนังสือ 200 หน้า กับสิ่งที่เรียนผ่านมาแล้ว น่าจะอ่านจบได้ช่วงบ่ายนี้เลยครับ

หนังสือเล่มนี้เป็นผลงานของท่านอาจารย์ Pros จาก มน. ครับ
เป็นการพิมพ์ครั้งที่ 1 เมื่อ มกราคม 69
โครงสร้างหนังสือแบ่งเป็น 7 บท เรียงตาม Timeline ของการ Fabricate CD


จุดมุ่งหมาย เพื่อใช้สอนน้องๆ UG ครับ
เนื้อหาโดยรวม คิดว่า ท่านอาจารย์น่าจะใส่รายละเอียดเพิ่มในการพิมพ์ครั้งที่ 2 ในหลายๆ ส่วนครับ สิ่งที่มีคุณค่าในหนังสือเล่มนี้ คือ Reference หนังสือเล่มนี้ให้เพื่อไปค้นอ่านต่อ ซึ่ง Ref ในหนังสือน่าสนใจมาก เพราะมาจาก Paper ใหม่ๆ ที่เขียนเรื่อง Digital workflow ของ CD ครับ
ยกตัวอย่างเช่น Ref นี้ อยู่ใน บทที่ 7 ในหนังสือครับ
(ผมไม่อ่านตาม Timeline การสร้าง CD แต่เลือกอ่าน บทที่ 7 เรื่องการแก้ปัญหา CD ก่อน –> แล้วจึงอ่าน บทที่ 6 –> บทที่ 1 –> 2 –> 3 และ บทที่ 4 เป็นเรื่องสุดท้าย)
บทที่ 4 เป็นบทที่มีเนื้อหามากสุดในเล่ม
มาดู Ref ที่ผมพูดถึงกันต่อครับ

ในหนังสือ เป็นการพูดถึง Step Clinical remount ครับ คือ
เมื่อพบว่า มีตำแหน่งสูงใน Centric ถ้าพบว่า ฟันหน้าลอย 1.5 มม. —> ฟันหลังจะลอย 1 มม.
หมายความว่า ถ้าเรา selective grinding ฟันหน้า 1.5 มม. –> ฟันหลังจะลงเพียง 1 มม. (and vice versa)
ค่านี้ Ref จากตัวเลขใน paper
ratio = 1: 1.575 (ที่ตำแหน่งซี่ 6 และ ซี่ 1)

paper นี้ไม่ได้ Study เรื่อง Clinical remount หรือ Selective grinding ครับ แต่ศึกษาเรื่อง การใช้ Facebow ในการ tranfer ความสัมพันธ์ของ Maxilla กับ Transverse hinge axis (Condyle ของคน กับ Condyle ของ Articulator) ที่ใช้ใน Virtual articulator ครับ
อธิบายคือ ใน Semi-adjustable articulator ถ้าเราวาง relationship ของ Cast บน ไม่ถูก (เหมือน Pt ก้มหน้า หรือ เงยหน้ามากเกินไป) การเคลื่อนของ jaw หลัง Mounting แล้วมันจะเพี้ยนครับ เพราะ Articulator ชนิดที่ไม่ใช่ Fully-adjust ( รวมแบบ Plain, แบบ Fix average, แบบ Semi-adjust ) จะมีความเพี้ยนในระดับนึงอยู่แล้ว ยกตัวอย่างเช่น Semi-adjust arti ที่การสร้าง Articulator ใช้ Bonwill triangle (ต้วเลขเขตจำกัด 4″ ของด้านประกอบ 3 เหลี่ยม) และ Balkwill angle
ความรู้เดิม คือ เราพบว่า ถ้าคนที่มีขนาด jaw ยาวจาก Condyle ถึงซี่ 1 ล่าง > ข้อจำกัดนี้ ค่าต่างๆ ของ Semi-adjust articulator มันจะเพี้ยนครับ
นี่ยังไม่นับค่าและมุมต่างๆ ที่เราใช้ค่าเฉลี่ยในการปรับอื่นๆ อีกนะ
และถ้าเราใช้ค่า average ของ Facebow transfer มาใช้กับ Virtual articulator ล่ะ
paper นี้เลย ต้องการดูว่า ถ้านำค่า Facebow เฉลี่ย มาใช้กับ Virtual articulator ค่า VD จะเพี้ยนมั๊ย? เมื่อเทียบกับการวัดจริง ในคลินิก (คล้ายๆ ที่เราใช้กัน เหมือนค่าเฉลี่ยใน hanau ด้วยสูตร L = H/8 + 12 ที่เราใช้ปรับมุม Condyle) โดย null คือ ค่าที่ออกมาไม่น่าจะแตกต่าง
รูปแสดงหน้าตาของ Virtual articulator แบบนึง ที่ใช้ใน Study นี้

อีกเรื่องที่ได้จากหนังสือเล่มนี้ คือ ศัพท์บัญญัติทันตแพทย์ ที่ไม่คุ้นเคยครับ
บางคำ เราอ่านด้วยความเคยชิน แต่มันไม่ถูกตามศัพท์บัญญัติ
(ปัจจุบัน เรายอมรับ ฉบับราชบัณฑิต พ.ศ. 2553 ครับ ซึ่งออกมานานมากๆ แล้ว 16 ปีผ่านไป ยังไม่มี update )

ตัวอย่างศัพท์ที่แปลก
( บอกก่อนว่า แปลก สำหรับผมนะครับ เพราะสมัยที่ผมเรียนยังไม่มีศัพท์บัญญัติทันตแพทย์ ครับ แค่ เจอ ใกล้กลาง, ไกลกลาง, กลอุปกรณ์ขากรรไกรจำลอง ก็ปวดใจแล้ว )
เริ่มที่คำแรก
” การติดตั้งซ้ำทางคลืนิก “

” ซิลิโคนชนิดพัทที ” (Putty silicone) ไม่ใช่ พุทตี้ นะ

” เค้ารูป “

” วัสดุป้ายชี้บอกการกด “

” การสบฟันได้ดุล “

” ด้านดุล “

คำนี้ shock ผมสุดครับ
” ผงพัมมิซ ” (นี่ใช้ผิดมาตลอด)

ผมใช้เวลาอ่าน รอบแรก 3 ชม. นิดๆ ครับ คือ ดูเวลาจาก line app ตอนนั้นอ่านจบไป 6 เรื่อง ยกเว้นไว้ บทที่ 4 เรื่อง การเรียงฟัน และ processing denture ซึ่งเป็นขั้นตอน Lab ยังไม่ได้อ่าน
นับเวลาจากใน line ได้ 3 ชม. พอดี

อีกสิ่งนึงที่ประทับใจ ในหนังสือเล่มนี้ คือ ในบทที่ 7 เรื่อง การแก้ไขปัญหาหลังจากทำ CD เสร็จแล้ว สิ่งนึงที่อ่านไม่เจอเลย คือ คำแนะนำให้เริ่ม “ทำใหม่” ครับ
ท่านอาจารย์จะพยายามให้วิธีแก้ไข เพื่อเลี่ยงการเริ่มทำใหม่
ยกตัวอย่างเช่น CD ที่มีปัญหาเรื่อง Appearance ไม่ดี เช่น Contour มากเกินไป มองเห็นระดับ Smile line ไม่ดี ก็ใช้วิธีตัดฟันบางส่วน แล้วเรียงใหม่ โดยใช้ Denture base เดิมครับ
(ในรูปเป็นงานของผมเองครับ เมื่อนานมาแล้ว ลองดูวันที่ถ่ายรูป 10 ปี ผ่านมาแล้วครับ ตอนนั้นใช้มุกเดียวกับที่เขียนในหนังสือเลย)
เคสนี้ base ดีมาก ปรับ Contour อย่างเดียว ผมเลยแก้เหมือนการทำ Le Fort I

ความรู้เรื่อง น้ำลายที่ไหลมากในช่วงแรกที่ Pt ใส่ฟัน และ ความเพี้ยนต่อ การรับรสอาหาร ก็อธิบายได้ดีมาก (เป็นเรื่องที่พวกเรารู้อยู่แล้ว แต่สาเหตุ และ การแก้ไข ท่านอาจารย์อธิบายได้น่าสนใจครับ)
มีการพูดถึง Denture base ชนิดใหม่ๆ ผมลองค้น Ref ท่านอาจารย์ให้มา ตาม paper นี้ครับ

Denture base ชนิดมี Glass fiber และ ชนิดมี Silica nanofiller

ท่านอาจารย์ ให้คำตอบ ต่อ คำถามสำคัญในเรื่องอื่นๆ
– ฟันปลอมจำเป็นต้องแช่น้ำ ตอนถอดกลางคืน หรือไม่? และ ความจำเป็นของการถอดฟันปลอมตอนนอน
-ทำไมการใช้ ยาสีฟัน clean ฟันปลอม จึงมีปัญหา ?
-Efficiency การบดเคี้ยวของ CD จะ = 30% ของ Natural teeth

ส่วนแนวคิดการเรียงฟันที่นำเสนอ ก็ cover ทุก Scheme ครับ แต่ท่านอาจารย์จะเน้นแนวคิด Neutrocentric occlusion มากสุด รายละเอียดเยอะ ทำให้นำไปใช้ได้ไม่ยากครับ
อ่านแล้วใช้ได้จริง
ผมอ่านบทที่ 4 ไว้ท้ายสุด แต่กลับรู้สึกชอบบทนี้ที่สุด เพราะมันทำให้เหมือนนั่ง Time machine ย้อนเวลาไปได้ไกลมาก
นึกถึงตอนที่มีเพื่อนที่ลืมทา Separating media ตอนลง Flask ( การเทแบบหล่อ; Flasking and Dental processing) แล้วร้องไห้ตาบวม ตอน Plaster set แล้ววางบน Boiled-out unit จากนั้นแยก lower half กับ upper half ของ Flask ไม่ออกครับ
วิธีแก้ไข ในตอนนั้นคือ ใช้ Plaster Knife งัดแยกออกมาเลย จะออกมาแบบแตกๆ ครับ แล้ว ห้ามให้ ชิ้น Plaster ที่แตกหลุดออกมาเด็ดขาด เพื่อเวลา pack acrylic เข้าไป แล้วประกบ Flask ตามเดิม –> เข้า Hydraulic flask press ค่า VD จะต้องไม่เปลี่ยน
ในหนังสือเล่มนี้ เขียนว่า เป็น Heat cure (Heat-activate) จาก microwave ใช้เวลา 3 min ครับ (สมัยผมนั้น คือ ใช้ เครื่องต้มน้ำอัดความดัน cure แล้วปล่อยให้เย็น 1 คืน)
คิดถึงแล้ว น้ำตาจะไหล
ok
ถ้าคุณหมอท่านไหน สนใจ เชิญ order ได้ที่นี่ครับ

ref :
2. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/36354657/
3. https://www.scribd.com/doc/41693085/ศัพท-ทันตกรรม
4.. https://www.royalthaident.org/files/conference/2/guideline_author_th.pdf