เทคนิคการ battle กับ Team Go Rocket Boss Giovanni

กลยุทธ์ที่ใช้แตกต่างจาก Leader ที่ผ่านมาทั้ง 3 คน (Sierra, Cliff และ Arlo) คือ ความซับซ้อนในการจัดเรียงตัวและการหน่วงเวลาปล่อยท่าโจมตีในฝั่งของเรา

ปกติในการ battle ที่ผ่านมา การลวงให้ฝ่าย Leader ปล่อยเกราะให้หมดทั้ง 2 ครั้ง และใช้ตัวที่ชนะธาตุคู่ต่อสู้ รวมกับความเร็วในการปล่อยท่าโจมตีเป็นวิธีที่ได้ผล

แต่กับ Boss Giovanni ต่างออกไป เพราะ คู่ต่อสู้ที่เราเจอเป็นตัวสุดท้ายคือ Legendary pokemon; Entei ที่มี CP ประมาณ 18,000

คู่ต่อสู้ที่ผมเจอคือ

Persian CP 8699, Kingler CP 14,576 และ Entei CP 17,888

อ่านเป็นแนวทางนะครับ เพราะคลัง pokemon ที่มีของแต่ละท่านไม่เหมือนกัน ต้องดัดแปลงพอสมควร แต่อ่านแล้วน่าจะได้ idea

pokemon ที่ผมเลือก 3 ตัวคือ

ลำดับการใช้คือ Gyrados, Scizor และ Swampert เป็นตัวสุดท้าย

Scizor เป็นตัวที่ออกท่าโจมตีเร็วที่สุดในทั้ง 3 ตัวที่ผมมี แต่พบว่า ถึงจะล่อให้ Persian ปล่อยเกราะได้หมดทั้ง 2 ครั้ง ก็ไม่สำเร็จครับ เพราะ Kingler แข็งแกร่งมาก ท่าของ Scizor ไม่ effective

การเรียงลำดับจึงใช้ธาตุน้ำ ตีเป็นตัวแรกก่อน และจบด้วยธาตุน้ำที่ออกท่าโจมตีได้เร็วที่สุด เวลาเจอกับ Entei

ในครั้งแรก หน้าที่ของ Gyrados คือ สร้าง damage ให้ Persian มากที่สุด โดยลดพลังของมันให้เหลือครึ่งหลอด และทำลาย 1เกราะ

ตอนนี้ Gyrados จะต่อสู้โดยใช้เกราะป้องกัน 1 ครั้ง และสู้จนตาย ผลคือ Persian จะตกขีดเหลือง และ Giovanni เหลือ 1เกราะครับ

ต่อมาใช้ Scizor สู้กับ Persian ต่อ ตอนนี้ Scizor จะปล่อยท่าโจมตีเร็วมากจน Persian ใช้อีก 1 เกราะ (Giovanni หมดโล่กำบังที่เหลือแล้ว) และเมื่อ Scizor ปล่อยท่าโจมตีครั้งที่ 2 Persian จะตายครับ

Scizor จะเจอกับ Kingler และปล่อยท่าโจมตีอีก 2 ครั้ง Scizor จะตาย โดย Kingler ตกขีดเหลืองครับ

เหลือ Swampert ต้องปิดเกมส์ โดยภาระงานของมันคือ ต้องล้มทั้ง Kingler ขีดเหลืองและ Entei พลังเต็มหลอด (กลยุทธ์การหน่วงท่าโจมตีจะใช้ในขั้นตอนนี้)

Swampert จะปล่อยท่าโจมตีครั้งที่ 1 ทำให้ Kingler พลังตกขีดแดง-ส้มครับ และ Kingler จะปล่อยท่าโจมตีทันที ทำให้เราต้องเรียกเกราะอันสุดท้ายให้ Swampert

ถึงตอนนี้ สำคัญมากคือ Swampert จะปล่อยท่าโจมตีได้ แต่ห้ามปล่อยนะครับ ให้ pump พลังเพิ่มไปเรื่อยๆ พร้อมกับปล่อยท่า fast attack จน Kingler ตกขีดแดงและตายไป ถึงตอนนี้ Swampert จะอยู่ที่ขีดเหลือง-ส้มครับ และมีท่าโจมตีต่อเนื่องได้ 2 ครั้ง

เมื่อ Entei ขึ้นมา ให้ใช้ Swampert ปล่อยท่าโจมตีทั้ง 2 ครั้งต่อเนื่องกันทันที (ผมใช้ Muddy water กับ Surf อย่างละครั้ง) พบว่า Super effective ทั้ง 2 ท่าครับ ทำให้พลัง Entei เหลือเขียวครึ่งหลอด หลังจากนั้นปล่อยท่าโจมตีครั้งที่ 3 Entei จะตกขีดเหลือง-ส้ม

Swampert ปล่อยท่าโจมตีครั้งที่ 4 (Muddy water) ตอนนี้ Entei ตกขีดแดง-ส้ม และฝั่งเราก็แดง-ส้ม เหมือนกัน แต่เหลือความยาวขีดเยอะกว่าครับ ก็ปั้มปล่อยท่า fast attack อย่างต่อเนื่องจนล้ม Entei ได้ในที่สุด

ได้รางวัล battle เป็นการจับ Shadow Entei ครับ

ภาพรวมการ battle ทั้งหมด

ปัญหาการใช้ H2O2 บ้วนปากเพื่อลดการแพร่กระจายของ SARS-CoV-2 virus

ที่มาของการใช้

จาก paper นี้

link ของ paper ครับ

https://www.nature.com/articles/s41368-020-0075-9.pdf

ซึ่งอ้างอิงมาจาก Guideline for the Diagnosis and Treatment of Novel Coronavirus Pneumonia (the 5th edition) released by the National Health Commission of the People’s Republic of China (ล่าสุดเป็น 7th edition)

ซึ่งมาจาก link นี้

http://www.nhc.gov.cn/yzygj/s7653p/202002/3b09b894ac9b4204a79db5b8912d4440.shtml

เมื่อเราเปิด link จะเจอหน้านี้ครับ

แปลเป็น Eng ได้แบบนี้

กดเข้าไปที่ pdf

คือ link pdf ภาษาจีน ในตำแหน่งเดียวกัน

http://www.nhc.gov.cn/yzygj/s7653p/202002/3b09b894ac9b4204a79db5b8912d4440/files/7260301a393845fc87fcf6dd52965ecb.pdf

ได้หน้านี้ครับ เป็น pdf ทั้งหมด 11 หน้า

แปลเป็น eng

link ฉบับเต็มอยู่ที่นี่ครับ

http://www.kankyokansen.org/uploads/uploads/files/jsipc/protocol_V5.pdf

จะเห็นว่า เป็นเรื่องของ แนวทางการตรวจรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ฉบับที่ 5 เป็น guideline การ Dx และ Rx ซึ่งในเนื้อหาไม่มีเรื่องการป้องกัน transmission ในคลินิกทันตกรรมเลย

ดังนั้นปัญหาคือ protocol การใช้ 1% Hydrogen peroxide หรือ 0.2% Povidone เป็น mouth rinse ก่อนทำหัตถการทางทันตกรรม มาจากตรงไหนกันแน่?

จึงลองสืบค้น Ref ของ paper “Transmission routes of 2019-nCoV and controls in dental practice“โดย Peng et al. อีกรอบ

ถ้าเราอ้างอิงจาก คณะกรรมการสาธารณสุขและสุขภาพแห่งชาติ สาธารณรัฐประชาชนจีน (National Health Commission of the People’s Republic of China)

ที่ paper ของ Peng et al จะมี guideline 3 ชุด ตามนี้

ซึ่งหนึ่งในเรื่องที่ใกล้เคียงที่สุด ที่น่าจะพูดถึงการป้องกัน Transmission ในคลินิกทันตกรรมคือ Guideline เรื่องที่ 2 ครับ เรื่อง Guideline for the prevention and control of Novel Corona Pneumonia in Medical Institutes (คือที่ label สีชมพูไว้)

เข้าไป search หาเจอในฐานข้อมูลของ Elsevier ครับ

ที่ link https://www.elsevier.com/connect/coronavirus-information-center

เปิดเข้าไปจะเจอหน้านี้

เลื่อนหน้าลงมาเรื่อยๆ ครับ เจอ Guideline for Prevention and Control ของ Covid-19 ละ

click เข้าไปจะเจอหน้านี้ครับ ประกาศฉบับที่ 156

แปลเป็น eng

มาถึงตรงนี้จะสังเกตว่า paper ของ Peng et al จะอ้างอิง Guideline for the prevention and control of Novel Corona Pneumonia in Medical Institutes 1st edition นะครับ แต่ที่เจอใน Elsevier ไปถึง 5th edition แล้ว

กด pdf เข้าไปอ่านได้เลยครับ ถึงตรงนี้เราควรจะเจอ keyword “mucous membrane”, “skin”, “hydrogen peroxide”, “povidone” หรือตัวเลขที่เป็น “1%”, “0.2%”

link นี้ครับ

https://translate.google.com/translate?depth=1&hl=en&rurl=translate.google.com&sl=auto&sp=nmt4&tl=en&u=http://www.nhc.gov.cn/xcs/zhengcwj/202002/a5d6f7b8c48c451c87dba14889b30147/files/3514cb996ae24e2faf65953b4ecd0df4.pdf

เปิดเข้าไปจะเจอ pdf ความยาว 57 หน้า

สิ่งที่เรากำลังตามหา อยู่ที่หน้า 50 ครับ

ลองเทียบเคียงจากต้นฉบับภาษาจีน

http://www.nhc.gov.cn/xcs/zhengcwj/202002/a5d6f7b8c48c451c87dba14889b30147/files/3514cb996ae24e2faf65953b4ecd0df4.pdf

สรุปคือ ถ้าใช้กับ Skin เราจะใช้ iodine 0.5% หรือ H2O2 แต่ถ้าใช้กับ mucous membrane เช่น ใช้เป็น mouth rinse พบว่า guideline แนะนำให้บ้วนด้วยน้ำเกลือปริมาณมากๆ หรือ 0.05% Iodine ครับ (ความแตกต่างคือ ไม่ใช้ H2O2 กับ mucous membrane)

(iodophor คือ preparation ของสารประกอบ iodine กับ stabilizing agent (เช่น povidone) ดังนั้นถ้าผสม iodine กับ povidone เราจะเรียก prep นี้ว่า povidone-iodine เช่น Betadine)

https://www.brandbuffet.in.th/2017/12/betadine-launch-throat-spray-throat-spray-and-betadine-gargle/

การสืบค้นครั้งนี้เกิดจากความสงสัยของผม 2 ข้อ

1.ทำไม Chlorhexidine จึงทำลาย Coronavirus ไม่ได้

2. ปกติในทางทันตกรรม เราค่อนข้างระมัดระวังการใช้ Peroxide ในช่องปากมาก โดยเฉพาะการ contact ของ Peroxide กับ mucous membrane

ข้อสงสัยข้อแรก มีคำตอบอยู่ที่นี่

https://www.journalofhospitalinfection.com/article/S0195-6701(98)90077-9/pdf

และอีก Ref ที่ชัดเจนจาก Guideline ของ Diagnosis and Treatment Protocols for Patients with Novel Coronavirus Pneumonia (Trial Version 5, Revised)

(ปัจจุบัน ฉบับที่ update สุด เป็นฉบับที่ 7 (Trial Version 7))

แปลเป็น eng

ดังนั้นการใช้ CHX ให้คนไข้อมบ้วนปากก่อนทำหัตถการจึงไม่มีผลต่อ SARS-CoV-2

ส่วนคำตอบของข้อสงสัยสุดท้าย อันนี้หาข้อสรุปง่ายมาก เพราะเป็นความรู้พื้นฐานเดิมอยู่แล้ว การสืบค้นจึงออกมาในแนวทางเดียวกัน

ปัญหาของการใช้ H2O2 ในรูปแบบของ mouth rinse ไม่มีปัญหาเรื่อง antiseptic แต่เป็นปัญหาของ side effect มากกว่า

1/4 H2O2 คือ Quarter strength = 0.75% H2O2 , 1/2 H2O2 คือ Half strength = 1.5% H2O2

พบว่ามีผลต่อลิ้นและการรับรสจาก irritation ของ H2O2 ทำให้เกิด Hyperkeratinized ของ epithelium

https://www.academia.edu/15991651/The_Effects_of_Hydrogen_Peroxide_Rinses_on_the_Normal_Oral_Mucosa

สรุปคือ

ถ้าต้องการลด transmission จาก SARS-CoV-2 โดยใช้น้ำยาบ้วนปากก่อนทำหัตถการ

1. ไม่ใช้ CHX เพราะ non-virucidal effect

2. ไม่ใช้ H2O2 เพราะมีส่วนทำให้เกิด mucosal abnormalities

3. ใช้ NSS ปริมาณมากได้ เพื่อหวังผลในการลด saliva load (คือเราเจอได้ทั้งตัว vital virus, fragment ของ RNA และ IgA antibody ได้ในน้ำลาย)

https://link.springer.com/article/10.1007%2Fs00784-020-03248-x

4. ถ้าไม่สบายใจที่จะใช้ NSS และต้องการผลให้เกิด virus inactivation ต่อ SARS-CoV-2 ให้ใช้ 0.05% Iodine จะดีสุด (เทียบ Povidone Iodine USP 1.0% w/v = 0.1% w/v of available iodine)

มี Contra ของการใช้ iodophor ที่ต้องระวังด้วยนะครับ (ใช้ไม่ได้ในทุกเคส)

https://www.hpra.ie/img/uploaded/swedocuments/32259436-0f7a-4e67-8a7c-2228c2b6ac79.pdf

onset&duration กรณีนี้ใช้เฉพาะ pre-op เท่านั้น (ให้ Pt บ้วนปากและกลั้วคอ ก่อนทำ only)

การคำนวณความเข้มข้นของ Betadine Gargle 10 mg/ml = 1000 mg/100 ml = 1% (w/v)

จาก Povidone-iodine 1% w/v –> 0.1% Iodine คือ เราสามารถ dilute ได้ถึง 20 เท่า ของ Betadine Gargle ตั้งต้นนั่นเองครับ (0.05% Iodine)

เทคนิคการ battle กับ Team GO Rocket Leader Arlo

ใช้กลยุทธ์เดิมคือ ใช้ตัวที่ออกท่าไม้ตายให้เร็วสุด เพื่อบังคับให้ Arlo ใช้เกราะให้หมดทั้ง 2 ครั้ง และใช้ตัวที่ตรงธาตุที่สุดเท่าที่เรามี

ทีมที่ Arlo ที่ผมเจอใช้คือ Mawile, Blastoise และ Charizard

Mawile เป็นธาตุนางฟ้ากับ steel จะแพ้ไฟ

Blastoise จะแพ้ไฟฟ้ากับพืช

Charizard ธาตุไฟกับบิน จะแพ้หิน,ไฟฟ้า และน้ำ

แต่ตัวที่ผมมีใช้ไม่ค่อยใกล้เคียงเลย คือใช้ทีมนี้ครับ

ตัวแรก Scizor ต้องเจอกับ Mawile

ใช้ท่า X-Scissor ติดกัน 2 ครั้ง แม้ท่านี้ไม่ effective ต่อ Mawile แต่เพราะต้องการให้ Mawile เปิดเกราะทั้ง 2 ครั้งให้หมดเร็วที่สุดครับ (X-Scisssor จะปล่อยได้เร็วกว่า Iron Head)

เมื่อ Mawile ใช้เกราะหมด ต่อไปเพื่อสร้าง damage ต่อ Mawile ให้มากสุด จะใช้ Iron Head ได้ 2 ครั้งครับ จน Mawile ตาย Scizor จะเหลือขีดแดง ตอนนี้ให้ pump เพื่อปล่อย X-Scissor อีกครั้ง เป็นครั้งสุดท้าย เมื่อ Blastoise ขึ้นมาครับ

หลังจากนั้นเรียก God เป็นตัวที่ 2 เจอกับ Blastoise

แน่นอนท่าที่ผมมีใช้ Crunch ได้อย่างเดียวครับ เพื่อปล่อยให้เร็วสุด โชคดีที่ effective

ตอนนี้คือยื้อให้ยืนระยะนานที่สุด เราจะใช้เกราะทุกครั้ง ถ้าโดนโจมตีครับ

ผลคือ Blastoise จะตาย และ God ของผมจะตกขีดเหลือง–>แดง เพื่อเจอ Scizor ของ Arlo เป็นตัวสุดท้าย

ก่อนตาย God จะปล่อย Crunch จน Scizor ของ Arlo ขีดเขียวแหว่งไปหน่อยเดียวครับ

ผมจึงเหลือ Flareon เป็นตัวสุดท้าย จะเห็นว่า เสี่ยงมากเพราะที่ผมมี ท่าไม้ตายที่ปล่อยออกมาแรงแต่ช้าสุดๆ กว่าจะเต็มหลอด แต่โชคดีที่ Ember มี super effective ครับ Scizor พลังลดวูบเลย และแค่ใช้ท่า Overheat ครั้งเดียว สามารถปิดเกมส์ได้ทันที

รางวัลที่ได้คือ ได้จับ Mawile ครับ

(รวมใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 3 นาทีนิดๆ)

เทคนิคการ battle กับ Leader Cliff

การสู้กับ Cliff จะเจอคู่ต่อสู้ 3 ตัว (เสียยาชุบชีวิตไปเป็นร้อย item กว่าจะจับทางได้)

เรียงลำดับตัวคือ

Pinsir ธาตุ bug แพ้ Onyx, Flying, Fire

Electivire ซึ่ง evo มาจาก Electrabuzz ธาตุ ไฟฟ้า จะแพ้ Ground

และ God เป็น type Rock&Dark แพ้เยอะมาก พวกพืช แมลง Fighting นางฟ้า ได้หมด

เนื่องจากเล่นต่อเนื่อง แต่เล่นไม่หนักเลยมีตัวที่ใช้อย่างจำกัดมาก

กลยุทธ์คือ

1. ต้องใช้ท่าโจมตีเร็วเพิ่อให้ Pinsir ใช้ barrier ป้องกันทั้ง 2 ครั้งให้หมดก่อน

ผมเลือกใช้ Scisor เพื่อปล่อย X-Scissor ได้เต็มเร็วสุด โดยหลังจาก Pinsir ปล่อยเกราะครั้งแรก ถ้าเราเร็วพอจะปล่อย X-Scissor ครั้งที่ 2 แต่ถ้า Pinsir ปล่อยก่อน ตอนนี้ให้เราเปิด barrier ครั้งแรกทันที หลังจากนั้นจึงปล่อย X-Scissor ให้ Pinsir ปล่อยเกราะครั้งที่ 2

ถึงตอนนี้เราจะตาย โดย Pinsir ยังอยู่ แต่ตกขีดเหลือง หรือแดง

2. เรียก Gyarados ตัวที่ดีสุดเท่าที่มีคือ ปล่อยท่า Crunch ได้เร็ว

ตอนที่เรียกขึ้นมา Pinsir จะตายไปทันที ตอนนี้ Gyarados จะเจอ Electivire ต้อง pump ให้เร็วสุดเพื่อปล่อย Crunch (อย่ารอท่าที่ effective แต่เต็มช้า ยกตัวอย่าง Hydropump แบบที่ผมมีเพราะไม่มีทางทันครับ ถ้ารอใช้เราจะตายก่อน)

Crunch จะไม่ค่อย effective แต่ปล่อยได้เร็วกว่า

ถ้าเจอ Electivre ปล่อยอาวุธ ให้เราเรียกใช้เกราะทันที เพื่อปล่อย Crunch ให้ได้อย่างน้อย 2 ครั้ง

Gyarados จะตาย โดย Electivire ตกขีดแดง

3. ตอนจบ เลือกใช้ Scizor เหมือนตัวแรก แต่มีท่าปล่อยเร็วทั้ง 2 ท่า

การปล่อยครั้งแรกจะทำให้ Electivire ตาย แล้วเจอ God

โชคดีที่ God แพ้ธาตุและท่านี้ครับ effective ทุกครั้งที่ปล่อย

จนทั้ง Scizor และ God ตกขีดแดงเท่ากันทั้งคู่ แต่ Scizor เป็นคนที่ปล่อยท่าโจมตีครั้งสุดท้ายได้ก่อน จึงเป็นผู้ชนะครับ