Author: drpanlop

งานทันตแพทย์ที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก review: ฟันปลอมหยุดโลก Dentures of Sir Winston Churchill

การทำงานกับสิ่งเล็กๆ มาตลอดชีวิต อยู่ให้ห้อง 4 เหลี่ยม เตียงและเก้าอี้ กับงานที่พบปะผู้คนมากมายทั้งผู้ร่วมงาน และคนไข้ มีสิ่งนึงที่รบกวนจิตใจมาเสมอว่า งานทันตแพทย์เทียบเคียงกับงานที่ดูยิ่งใหญ่เช่น งานของทหารในการป้องกันประเทศ งานของนักวิทยาศาสตร์ในระดับ Nobel Prize งานของแพทย์ที่ช่วยชีวิตคน งานของนักปรัชญาที่คิดค้นระบอบการเมืองการปกครอง งานของนักเศรษฐศาสตร์ที่พบโมเดลทางเศรษฐศาสตร์ที่ใช้อธิบายพฤติกรรมของตลาด หรืองานของนักฟิสิกส์ใน CERN ที่ก้าวขัามขีดจำกัดของจักรวาลด้วยการค้นพบอนุภาคพระเจ้า (Higgs boson) etc. หรืองานในสเกลระดับนี้ จะมีบ้างมั๊ย?

คำถามที่รบกวนจิตใจผม ดำเนินมาตลอดชีวิตการทำงาน 16 ปี และสิ้นสุดลงด้วยข่าวชิ้นเล็กๆ ชิ้นนึง ในช่วงกลางปี 2010

19884316_1732392273441848_4967737834765525468_n

ข่าวนี่คือ การจัดประมูลฟันปลอมของรัฐบุรุษชาวอังกฤษผู้ยิ่งใหญ่ อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตผู้นำฝ่ายค้าน เซอร์วินสตัน เชอร์ชิล โดย british auction house ณ มณฑล norfolk

ฟันปลอมชิ้นเล็กๆ ชุดนึงที่ได้รับการออกแบบเพื่องานเฉพาะโดยทันตแพทย์และความร่วมมือของช่างทันตกรรมผู้ชาญฉลาด มีบทบาทสำคัญยิ่งในการเปลี่ยนสภาพการเป็นผู้เพี้ยงพล้ำของอังกฤษและเครือจักรภพได้อย่างไร? ผมจะเล่าให้ฟังครับ

ก่อนอื่นขอปูพื้นความรู้เรื่องประวัติศาสตร์ของ World War II เพื่อความเข้าใจโดยสรุปครับ

สงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่มขึ้นและสิ้นสุดลงตรงกับรัชสมัยของรัชกาลที่ 8 ของประเทศไทยครับ จัดเป็นสงครามที่กินเวลายาวนาน และสูญเสียทั้งชีวิตมนุษย์และทรัพยากรต่างๆ จัดว่ามากที่สุดในโลก เมื่อเทียบกับสงครามทุกครั้งที่ผ่านมา สงครามแบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายหลัก คือ ฝ่ายอักษะ ที่เป็นผู้ก่อสงครามคือ เยอรมัน,ญี่ปุ่น และอิตาลี กับฝ่ายสัมพันธมิตร ซึ่งประกอบด้วย US, UK และประเทศในเครือจักรภพ,สหภาพโซเวียต, ฝรั่งเศส, โปแลนด์ และชาติอื่นๆ

ในช่วงแรกของสงครามการรุกคืบของฝ่ายอักษะ คือ เยอรมัน เข้าไปในดินแดนของชาติในยุโรป ดำเนินไปด้วยความรวดเร็วและแผ่ขยายอิทธิพลอย่างรุนแรงมาก จากโปแลนด์ จนมาสู่การยึดครองฝรั่งเศสสำเร็จ และเป้าหมายต่อไปคือ อังกฤษ

ในตอนนั้นผู้คนในเกาะอังกฤษระส่ำระสายและเสียขวัญมาก จากการรุกของเยอรมันเข้ามาประชิดเรื่อยๆ และในปีนั้นเองหลังการลาออกของนายกรัฐมนตรีคนก่อน วินสตัน เชอร์ชิล ก็ได้กลายเป็น นายกรัฐมนตรีในปี พ.ศ. 2483 ซึ่งเป็นเวลาที่ รัชกาลที่ 8 ครองราชย์มาแล้ว 6 ปี

วินสตัน เชอร์ชิล โดยพื้นฐานเกิดในครอบครัวของชนชั้นสูงที่ร่ำรวย และได้รับราชการในกองทัพอังกฤษในสายงานข่าวมาตลอด จนกระทั่งลาออกมาเล่นการเมือง รับเลือกตั้งจากการเลือกตั้งทั่วไปเป็น ส.ส.จากโอลด์แฮม จนได้เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในขณะที่ WW II เกิดขึ้นแล้ว 1 ปี (WW II กินระยะเวลา 6 ปี)

จากประวัติตั้งแต่วัยเด็ก จนถึงวัยหนุ่มที่เข้ารับราชการทหาร วินสตัน เชอร์ชิล มีปัญหาด้านเหงือกและฟันที่อยู่ภายใต้การดูแลของทันตแพทย์มาตลอด

Churchill_1881_ZZZ_7555D

เชอร์ชิล ในวัยหนุ่ม Vertical Dimention ยังดูปกติ

Winston_Churchill_1874_-_1965_ZZZ5426F

ตอนเริ่มเป็น ส.ส. สังเกต appearance เริ่มเปลี่ยน ความนูนของริมฝีปากบนเริ่มลดลง Nasolabial fold เริ่มชัดขึ้น

Churchill_1904_Q_42037

ตอนเป็น นายกรัฐมนตรี VD loss ชัดเจน จะสังเกต Marionette Line เด่นชัด

12783992_1730313050515290_1431870567_n

จากปัญหาเรื่องเหงือกและฟัน ที่รบกวนมาตลอด ทำให้ เชอร์ชิลต้องสูญเสียฟันไปบางส่วนในที่สุด

การสูญเสียฟันนอกจากจะทำให้ Appearance ของใบหน้าเปลี่ยน สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์อีกอย่างที่เกิดขึ้นคือ ปัญหาเรื่อง Phonetic นั่นเองครับ

การออกเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของ ท่านนายกรัฐมนตรี วินสตัน เชอร์ชิล คือ การออกเสียงแบบ Lisp

Lisp sound คืออะไร?

ในขั้นตอนการทำ Complete denture มี step หนึ่งที่พวกเราคุ้นเคย คือ การทดสอบ Phonetic เพื่อหาความยาวของปลายฟันหน้าบนและ Vertical Dimension ที่เหมาะสมในคนไข้แต่ละคน โดยการให้คนไข้ออกเสียง Sibilant sound (S,Z)

คนไข้ที่เป็น Lisp (แบบหนึ่ง) จะไม่สามารถออกเสียง Sibilant sound ได้

ลองมาดูตัวอย่างของการออกเสียง Lisp

 

การออกเสียงพูดแบบ Lisp ของ วินสตัน เชอร์ชิล เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งที่ทำให้คนอังกฤษ (และคนทั่วโลก) จดจำท่านได้ เมื่อได้ฟังเสียง

ทำไม “เสียง” ของ เชอร์ชิล จึงมีความสำคัญมากในสมัยนั้น

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า ในช่วงนั้นมีโทรทัศน์เกิดขึ้นแล้ว แต่คนที่มีโทรทัศน์มีอยู่น้อยมาก ดังนั้นสื่อที่ทรงพลังที่สุด ก็คือ สิ่งพิมพ์ต่างๆ และ วิทยุกระจายเสียง

การทำสงครามนอกจากการใช้อาวุธและกำลังทหาร สิ่งที่มีประสิทธิภาพไม่แพ้กันก็คือ สงครามการข่าวและการโฆษณาชวนเชื่อของฝ่ายต่างๆ

ข่าวสารปลอมที่ปล่อยออกไปเพื่อให้ประชาชนในประเทศตรงข้าม เกิดความหดหู่ หมดกำลังใจในการรบ หรือข่าวลวงเรื่องการรบแพ้หรือชนะในบางพื้นที่

เสียงของ นายกรัฐมนตรี วินสตัน เชอร์ชิล ผ่านทางวิทยุกระจายเสียง ถือเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะปลุกปลอบขวัญและกำลังใจของผู้คนในประเทศให้รู้สึกฮึกเหิมและมีความหวังในการรวมน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เพื่อนำประเทศผ่านพ้นวิกฤติ (ในตอนนั้น เยอรมันชนะฝรั่งเศสแล้ว และอังกฤษคือ ด่านต่อไปของสมรภูมิยุโรปที่ต้องเข้ายึด ถ้าเยอรมันยึดอังกฤษได้สำเร็จ โลกที่เราเห็นอาจไม่ได้เป็นอยู่อย่างทุกวันนี้)

ลองมาฟังการกล่าวสุนทรพจน์ครั้งที่มีชื่อเสียง ซึ่งถือกันว่า เป็นการพูดที่ทรงพลังอย่างสูงสุดของ วินสตัน เชอร์ชิล ในยามที่อังกฤษกำลังเผชิญสถานการณ์อันยากลำบากมากกันครับ (ให้สังเกตเสียง Lisp ของเชอร์ชิล)

สุนทรพจน์นี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ We shall fight on the beaches

 

คำแปลบางส่วนของ สุนทรพจน์ We shall fight on the beaches

19875159_1732564213424654_4994235874399383546_n

การสูญเสียฟันของ เชอร์ชิล ทำให้เกิดปัญหา 2 ประการที่ขัดแย้งกัน กล่าวคือ

1.การสูญเสียฟันแบบบางส่วน โดยเฉพาะฟันหน้าบนจำนวน 4 ซี่ ตั้งแต่ #12 – 22 ทำให้เสียบุคลิกภาพ จึงต้องใส่ฟันปลอมชนิดถอดได้แบบ Kennedy Class III-mod-II เพื่อไม่ให้เสียบุคลิกในการพบปะผู้คน และการออกสื่อ

(เชอร์ชิล เริ่มสูบฮาวานาซิการ์ สมัยที่เป็นทหารประจำการที่คิวบาใน พ.ศ.2438 (ตรงกับช่วง รัชกาลที่ 5 ในไทย) และสูบเรื่อยมาตลอดชีวิต)

การใส่ Upper RPD ยังช่วยให้เขาสูบซิการ์ที่ชื่นชอบได้ตามปกติ

untitled

2. การใส่ฟันปลอม ช่วยเสริมบุคลิกภาพให้กลับมาดังเดิม แต่เชอร์ชิลตระหนักดีว่า มันกลับทำให้การออกเสียงแบบ Lisp อันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของเขาหายไป

การพูดของเชอร์ชิล ในที่ต่างๆดูไม่เป็นปัญหา เพราะผู้คนในที่นั้นๆ จะได้เห็นเขาพูดตัวเป็นๆ แต่การพูดผ่านวิทยุกระจายเสียง ทำให้คนจำเสียงเขาไม่ได้ และไม่แน่ใจว่า เสียงที่ได้ยินนั้นคือ ผู้นำตัวจริงหรือเปล่า!

โจทย์ที่ทันตแพทย์ได้รับคือ ต้องสร้างฟันปลอมที่เมื่อใส่แล้วต้องสามารถพูดออกเสียงแบบ Lisp อันเป็นเอกลักษณ์ได้เหมือนเดิม (เหมือนตอนที่ไม่ได้ใส่ฟัน)

(ผมเข้าใจว่า การถอดฟันปลอมในที่สาธารณะ เช่น ในสถานีวิทยุกระจายเสียงที่แน่นอนว่าต้องมีนักข่าวและสื่ออื่นๆ อยู่น่าจะทำได้ลำบากหรือ เป็นไปไม่ได้เลย)

ภาพแสดงฟันปลอมของ วินสตัน เชอร์ชิล

article-0-0F43F7A500000578-478_314x161

ทันตแพทย์ประจำตัวของ เชอร์ชิล คือ Wilfred Fish และด้วยความร่วมมือกับช่างทันตกรรมที่เป็นคนทำฟันปลอมประจำตัวคือ Derek Cudlipp

( Wilfred Fish ได้รับการแต่งตั้งเป็น Sir Wilfred Fish ในภายหลัง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เชอร์ชิล ให้ความสำคัญกับเขามากในฐานะอัศวิน)

ช่างทันตกรรม Derek Cudlipp ก็มีความสำคัญไม่แพ้ทันตแพทย์ เกือบจะเรียกว่า ต้องอยู่ในสถานที่ที่ เชอร์ชิล สามารถเรียกตัวได้ทันที เพราะเวลาโมโห หรือ อารมณ์เสียขณะได้รับข่าวหรือระหว่างประชุมวางแผน เชอร์ชิลมักมีนิสัยอย่างหนึ่งคือ เขาจะถอดฟันปลอมออกมาขว้างทิ้ง เท่าที่ผมอ่านเจอ ใช้คำว่า “ขว้างออกไปอีกห้อง” กันเลยทีเดียว ผลก็คือ ฟันปลอมที่มี major connector เป็น Gold type IV ตะขอและฟัน Porcelain หักเสียหายอยู่บ่อยครั้ง และทุกครั้งที่หักเสียหาย แน่นอนว่า ต้องได้รับการ repair โดยเรียกตัวช่าง Derek Cudlipp ทันที

ในประวัติกล่าวว่า คุณหมอ Wilfred Fish และช่าง Derek Cudlipp สร้างฟันปลอมให้ เชอร์ชิล 4 ชุด โดยปกติเชอร์ชิล จะพกติดตัวด้วยเสมอ 2 ชุด เชื่อกันว่า ฟันปลอมแบบนี้ 1 ชุด ถูกฝังไปพร้อมกับร่างเชอร์ชิล  ส่วนชุดที่นำออกมาประมูล เป็นสมบัติของตระกูล Cudlipp ซึ่งถูกนำออกมาประมูลโดย ลูกชายของ Derek Cudlipp (Nigel Cudlipp)

Nigel Cudlipp

_48525309_jex_764762_de27-1

ทีนี้เราลองมาดูว่า คุณหมอ Wilfred Fish และช่าง Derek แก้ปัญหาการออกแบบฟันปลอมให้ใส่ฟันแล้วยังออกเสียงเหมือนตอนไม่ใส่ฟัน ขณะเดียวกันก็ต้องสามารถใส่แล้ว Appearance ดูดีและสูบซิการ์ได้ด้วย

 

_48537489_48537490

ก่อนอื่นมาดู Material ในสมัยนั้นกันก่อน

ในช่วงปี ค.ศ. 1940 (พ.ศ.2483 ตรงกับสมัย ร.8) ตอนที่ เชอร์ชิล รับศึกหนักเป็น นายกรัฐมนตรีนั้น ฐานฟันปลอม PMMA รุ่นแรกๆ คล้ายที่พวกเราใช้อยู่ (ที่บอกว่า คล้ายๆ เพราะมันถูกปรับปรุงคุณสมบัติมาอย่างเยอะครับ) เกิดขึ้นแล้วครับ แต่เรียกได้ว่า ยังเป็นวุ้น เพราะ Otto Rohm บิดาแห่ง PMMA เพิ่งทำมันให้อยู่ใน Thesis PhD สำเร็จในปี ค.ศ.1901 (พ.ศ.2444 ตรงกับสมัย ร.5)  จนกว่าจะเริ่มใช้ได้จริงช่วง ค.ศ.1940 ซึ่งจะเห็นว่า มันเป็นช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวกันมาก

19904883_1732609973420078_5101884504323273026_n

ดังนั้นวัสดุฐานฟันปลอมที่ technician อย่างช่าง Derek คุ้นมือที่สุดจึงเป็น Gold alloy ฐานฟันปลอม Gold type IV รวมทั้งตะขอ Platinum และฟันปลอมที่ทำมาจาก Porcelain นั่นเองครับ

19961235_1732649270082815_6575743063053745188_n

เผื่อใครอยากทบทวนประวัติศาสตร์ของฐานฟันปลอม

ถ้าเราลองเปรียบเทียบวิทยาการด้านฟันปลอม ในขณะที่เริ่มค้นพบ PMMA ฝั่งยุโรปยังใช้ Gold plate แล้วตอนนั้นเมืองไทยใช้ฟันปลอมที่ทำจากอะไร?

ถ้าสืบค้นไปช่วงต้น และตอนกลาง กรุงรัตนโกสินทร์ สมัย ร.3, ร.4 ต่อช่วง ร.5 พบหลักฐานใน กลอนเพลงยาว เรื่อง หม่อมเป็ดสวรรค์ ครับ

พบว่า เรายังใช้ฟันปลอมที่ทำจากไม้ครับ

19983357_1732628390084903_9026962456778636658_o

 

ทีนี้ลองมาพิจารณาฟันปลอมชิ้นนี้กันชัดๆ

Upper RPD กับ space ชนิด Kennedy Class III-mod II ประกอบด้วยฟัน Porcelain และ metal tooth

การออกแบบของตะขอที่ไม่ reciprocation แต่เน้น retention และเป็น Tissue-support

4735562

ลองสังเกต Tissue surface มองเห็นอะไรมั๊ยครับ?

สังเกตว่าเราจะไม่เห็น ลักษณะ anatomy ของ incisive papilla, palatine rugae, palatine raphe บริเวณนี้ เพราะ Major connector ทีเป็น Gold plate ถูกทำให้ไม่แนบกับเพดานสนิท แต่มี space ใต้ฐานฟันปลอมกับ palate ฟันปลอมชิ้นนี้จึงต้องการ retention สูงสุด โดยการออกแบบตะขอให้กลับด้านกันในลักษณะของกรรไกร เพื่อต้านการหลุด และสามารถลด torque ต่อ abutment โดยใช้ตะขอกลม เพื่อให้ไม่เกิด rigid design

ฟันหน้า porcelain ทั้ง 4ซี่มีขนาดใหญ่ เพื่อชดเชยการไม่มี labial flange ที่ช่วย support ริมฝีปากบน  (เราจะเห็น brown stain ด้าน proximal จากคราบควันซิการ์ บริเวณ #11,21 จะเห็นชัดสุด เพราะเป็นตำแหน่งที่กัดลงบนซิการ์โดยตรง)

สิ่งนี้คือ การแก้ปัญหาของผู้ออกแบบ ให้เกิดการเคลื่อนผ่านของลมเข้าสู่ใต้ฐานฟันปลอม เสมือนกับลมผ่านออกเมื่อไม่มีฟันหน้านั่นเอง

rcsom-k20.9-5

 

churchills dentures

บทบาทของทันตแพทย์และช่างทันตกรรมที่ร่วมมือกันสร้างชิ้นงานเพื่อรักษาโลกใบนี้เอาไว้ ฟันปลอมชุดนี้จึงถูกเรียกว่า

19756899_1732644213416654_2470754451936870359_n

 

 

 

 

 

 

 

การเข้าไปดู content ที่ถูก block ด้วยการใช้ VPN

บางครั้งเราอาจจะเจอข่าวที่น่าสนใจ แต่ไม่สามารถ click เข้าไปอ่านได้เพราะถูกปิดกั้นจากกระทรวง ICT ด้วยเหตุผลบางอย่าง

ยกตัวอย่างเช่น ข่าวชิ้นนี้

19748516_1729946457019763_2041633973897039877_n

เนื่องจากเพจของ American Association of Endodontics มีการแชร์ข่าวมาจาก Dailymail.co.uk ซึ่งถูกปิดกั้นการเข้าถึงจากเครื่อง Client ที่อยู่ภายในประเทศ เราจะมาดูวิธีการเข้าไปอ่านข่าวกันครับ

ocnmoddx1gFPrKXvs1K-o

 

1.เข้า App Store

19702272_1729952533685822_1636282875635724414_n

 

2. ค้นหา app Opera VPN และทำการติดตั้ง

19732293_1729954207018988_1862316860495606694_n

 

3. เมื่อพบเวบที่ถูกปิดกั้น  ให้เปิด app Opear VPN

19756522_1729955633685512_180537154350289107_n

(ต่อ internet ให้เรียบร้อย)

 

4. กด Turn on VPN ใน app

19731869_1729958173685258_449649222990585620_n

 

5. app จะเข้ากระบวนการเชื่อมต่อ VPN จนสำเร็จได้เป็นหน้านี้ครับ

19665420_1729959997018409_8302166248102274487_n

19702453_1729960163685059_7565329158070127167_n

 

สังเกต Status bar ด้านบนสุดที่เคยแสดง logo ของผู้ให้บริการเครือข่าย/Wifi จะแสดงสัญลักษณ์ VPN แทนดังรูป

19679280_1729960327018376_5609867012631781735_o

 

ทดสอบสามารถเข้าถึงทุกหน้าของ Dailymail ได้ตามปกติ

 

19702537_1729963777018031_2919802077745804660_n

 

อ่าน link ข่าวที่ถูกปิดกั้นได้

 

19642464_1729967713684304_6681237153024195229_n

 

6.หลังจากใช้งานเสร็จ กดเข้า app Opera VPN อีกครั้งเพื่อ Turn the VPN OFF ในหัวข้อ Enable Opera VPN ในหัวข้อแรกสุด เพื่อกลับเข้าสู่สภาพเครือข่ายปกติ

19702453_1729960163685059_7565329158070127167_n

หน้าจอสภาวะออกจาก VPN แล้ว

19731869_1729958173685258_449649222990585620_n

 

ใช้งานได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมครับ 

 

 

 

คุณมี JADA ของคุณ ผมมี JDAT ของผมก็พอแล้ว review:คลังความรู้วิทยาสารทันตแพทยศาสตร์

19250470_1709438672403875_1041680833070210217_o

การปรับตัวของทันตแพทยสมาคมอย่างหนึ่งในการจัดการกับ วิทยาสารทันตแพทย์ฉบับตีพิมพ์คือ การนำเนื้อหาของวารสารใส่ไว้ในรูปแบบที่ไม่ต้องพิมพ์รูปเล่ม แต่ใช้วิธีใส่ content ทั้งหมด สำหรับอ่านและ download เก็บไว้อ่านได้บ่อยและสะดวกเท่าที่ต้องการ ทั้งการนำไปอ่านและขจัดปัญหาเรื่องการจัดเก็บ ตลอดจนการค้นหา นอกจากข้อดีดังกล่าวข้างต้น สิ่งที่ดีงามที่สุดคือ สามารถ download มาอ่านได้ฟรีครับ

ซึ่งถ้าเทียบกับ JADA แล้ว…

19399667_1709448249069584_2190185652327696407_n

วิธีการเข้าไปอ่านนะครับ

เข้าไปที่ link นี้ครับ  http://www.jdat.org/dentaljournal/

จะเจอหน้า Home

มองที่ Column กลาง จะแสดงชื่อบทความที่ตีพิมพ์ในเล่มล่าสุด (Current issue)

19424076_1709454472402295_1758804299207834358_n

 

ลองกดเลือกบทความแรกสุด Surface Electromyographic Studies on Masticatory Muscle Activity Related to Orthodontics: A Review of Literature

จะเจอ Abstract ครับ และมีบทความเต็มเป็น PDF ให้อ่านที่มุมบนสุด กดอ่านหรือ download เก็บไว้ได้เลย

19396791_1709459252401817_3160994300441328603_n

 

ถ้าสังเกตให้ดี บทความเรื่องนี้ไปอยู่ใน CDEC ด้วยนะครับ

19420668_1709465605734515_1792768388835162239_n

 

กดเข้าไปอ่านและทำแบบทดสอบ 5 ข้อ จะได้แต้ม CDEC 3 คะแนนครับ

19274915_1709466955734380_7059983781628038031_n

 

ถ้ายังไม่ลืม การเข้าไปทำแบบทดสอบเพื่อเก็บคะแนน CDEC ผมเขียนไว้ที่นี่ครับ

https://goo.gl/eePfIq

นอกจากเล่มปัจจุบัน เรายังเข้าไปอ่านเล่มอื่นๆ ย้อนหลังได้ โดยกดที่ Archive ครับ

19396772_1709472222400520_6678405947040632013_n

 

หน้าแสดงผลของ Achive

19366354_1709476285733447_3895740975712964072_n

 

ปัจจุบันสามารถอ่านย้อนหลังได้ถึง วารสารปี 2002 ครับ

19366351_1709478405733235_4205676605919951321_n

 

อ่านสะดวก ไม่เปลืองชั้นเก็บหนังสือ บทความถูกดึงไปใช้ใน CDEC และที่สำคัญคือ เข้าไปใช้ได้ฟรี ต้องลองครับ

พาเดินเที่ยวงานประชุมทันตแพทยสมาคม กลางปี 2560

IMG_0787

ผมไปมาวันแรกคือ วันพุธช่วงบ่าย อยากบอกว่า คนมาเดินกันเยอะมากครับ น่าจะมากสุดเท่าที่เคยเห็นมา ค่อนข้างเวียนหัวพอสมควร อาจจะไม่ได้เก็บภาพจนทั่วนะครับ พอเป็น idea

เดินมาทางรอบนอกก่อน ยังไม่ได้เข้าไป Hall กลาง เจอน้องคนนี้ครับ ผมว่าโทนไปทาง Maleficent ยิ้มสวยมาก (ยิ้มให้กล้องขนาดนี้…แสดงว่าตากล้องต้องหน้าตาดีพอสมควร)

IMG_0696

ส่วนใหญ่การจัดเรียงของร้านเหมือนเดิม 80% ครับ ด่านแรกมาเจอบูธใหญ่ของ Nu-Dent

IMG_0701

 

Nu-Dent นี่ผูกพันกับ Bisco มาก ยังขาย All-Bond อยู่เลย สมัยผมเรียนเป็น All-Bond2 ครับ ตอนนี้เป็น All-Bond Universal เป็นระบบ Total Etch และใช้ MDP เป็น active monomer

IMG_0700

set นี้คือ Composite resin veneer แบบ Direct system คือ Prefabricated veneer แล้วมา Direct ในคลินิกได้เลย ชุดละ 1xx,xxx บาท

IMG_0702

 

บูธ Colgate คนประมาณแสนนึง มีกาแฟ ขนมนมเนย จัดเต็ม

IMG_0699

 

ติดๆกับบูธ Colgate

IMG_0705

 

Handheld Portable X-Ray machine มีขายอยู่ประมาณ 5 บูธ ข้อแนะนำคือ ควรเลือกซื้อชนิดที่มี aiming beam ช่วยเล็งทิศทางและมี Backscatter shield ด้วยนะครับ

ข้อมูลเพิ่มเติมอ่านได้จาก ที่นี่ ครับ

IMG_0704

 

SE คือ Self Etching system ไม่ใช่ Special Edition

IMG_0706

 

เจอที่บูธ Vivadent

IMG_0707

IMG_0708

สีอย่างน่าใช้ ดูมีสุกลรุนชาติ

IMG_0710

 

 

IMG_0713

บูธ Ortho เป็นบูธที่เยอะที่สุดในงาน

IMG_0723

 

เจอ Benex Extractor ราคายังอยู่ที่เกือบเท่าเดิม ลงลดมานิดหน่อย คืออยู่ที่ 7x,xxx บาทครับ

IMG_0716

คือมันไม่ใช้ Concept จาก Wedging effect ของ Elevator หรือ Luxator ที่พวกเราคุ้นเคยนะครับ แต่เป็น Atraumatic extractor  แสดงการใช้งานในคลิปนี้

 

อยากได้ไปเล่นมาก

IMG_0718

บูธเดียวกัน ร้านนี้ขายแต่เครื่องมือของ German ตัวนี้คือ Crown-Bridge removal แบบใช้มือที่ดีที่สุดเท่าที่เคยใช้มาครับ ของแท้ของ Helmut Zepf ตัวนี้ราคา 1x,xxx บาท

IMG_0720

บูธ Osstem จุดเด่นคือ เป็นบูธที่ Sales หน้าตาดีที่สุดครับ ชนะเลิศ

IMG_0724

บรรยากาศในบูธ

IMG_0725

เริ่มเข้ามาใน Hall

บูธ Homedent

IMG_0728

เป็นร้านที่ขายสิ่งนี้

IMG_0726

กระดาษ check สูง ราคาแพงขึ้นทุกปี

IMG_0727

หันไปด้านหลังเจอ MTA ของบูธ Accord ปีนี้ Accord คึกคักมาก เพราะมีการประมูลสินค้าด้วย อารม์เหมือนงานประมูลใหญ่ๆ เลย แค่ดูก็เหมือนได้ลุ้นไปด้วยแล้วครับ บริเวณที่ประมูล คนอย่างแน่น

IMG_0730

ผมเดินมาที่บูธ Bangkok Dental Supply ครับ

มาเล่นทุกปีตัวนี้ คือ ได้มาใช้ปีละครั้ง

IMG_0733

คุณภาพ Swiss ราคาก็ Swiss ด้วยเช่นกัน

IMG_0781

ในความเห็นผม หัวกรอ Intensive แพงแต่คุ้มค่าครับ

IMG_0782

Dress suit ต้องมา

IMG_0734

เดินหากระดาษ Copy 40 micron ครับ เจอที่บูธนี้

IMG_0736

กล่องนี้เป็น 65 ไมครอน

IMG_0735

หมวดของเบ็ดเตล็ด

IMG_0737

เรื่องที่กำลังเป็นประเด็นร้อน เครื่องเดียวนอกจากเป็น OPG แล้วยัง 3D ได้ด้วย

IMG_0741

อันนี้ OPG Only

IMG_0742

บูธ Invisalign โทนสีแบบเคร่งขรึมมาก

IMG_0743

ต่อด้วยบูธ Vita

IMG_0744

Vita Ingot

IMG_0745

เครื่องจำลองสภาพแสง Daylight

IMG_0746

 

IMG_0747

เดินต่อ

IMG_0748

IMG_0749

บูธ Tepe ราคาสั่งใน Line จะถูกกว่าครับ (อย่าสั่งในเวบนะครับ ให้ contact Line แทน)

IMG_0750

แปลกใจที่เห็น Clearfil Bonding มาอยู่กับบริษัทนี้

IMG_0754

ของ Kerr ย้ายมาที่นี่เลยทีเดียว

IMG_0753

Panavia ก็มา

IMG_0752

แถวกลางของ Hall มีแต่บริษัท bigๆ จับจอง

IMG_0756

Thanes group ขาย Belmont

IMG_0757

3D Imaging

IMG_0755

โฉบมา 3M

IMG_0758

มาถึงบูธที่ผมชอบที่สุดในปีนี้ จัดเต็มมาก Densply นั่นเองครับ

IMG_0759

ตื่นตามาก Cerec มาถึง 4th Generation แล้ว

IMG_0761

ให้ดู Milling machine ใกล้ๆ

IMG_0760

ชุดเริ่มต้นอยู่ที่ 3,xxx,xxx บาท ใช้ทำงาน One visit พวก Single Crown, Veneers

IMG_0762

แต่ถ้างานจัดเต็มแบบ Bridge long span จะอยู่ที่ 4,xxx,xxx บาทครับ (Hardware+Software)

IMG_0763

เตา Bake ทั้ง 2 ช่วง Temperature ได้ทั้งงาน e.max และ Zirconia

IMG_0765

เครื่อง Milling

IMG_0766

ชอบที่สุดคือ Board แผ่นนี้ครับ อารมณ์แบบดูสายรถไฟในญี่ปุ่น

IMG_0768

แสดงจุดเริ่มต้น ทางเดิน จุดร่วม และปลายทางของแต่ละ Dental field เป็น Line ของสายรถไฟ

IMG_0770

 

IMG_0771

ประทับใจมาก

IMG_0772.JPG

บูธ Kavo-Kerr

IMG_0773

จัด Speaker มา lecture ให้ฟังด้วยครับ มี Hand-on อีกต่างหาก

IMG_0775

 

Hu-Friedy ยังอยู่กับ Accord

IMG_0776

Cement โบราณ (Water-based Cement)

IMG_0777

Shofu Polishing set

IMG_0778

ปิดท้ายด้วยบูธที่ คนแน่นที่สุดของที่สุด

จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก

IMG_0779

ขายตั้งแต่สิ่งที่เล็กกว่าไม้จิ้มฟันยันเรือรบ

IMG_0780

ที่ดูมาทั้งหมดนี่คือ ประมาณ 60% ของร้านทั้งหมดที่มาออกงานนะครับ ตอนออกมานี่หิวมาก เดินจนตาลายไปหมด

กลับออกมาทางนี้ครับ

IMG_0786

ลง Lift ไปชั้น 7 เพื่อหาอะไรกินดีกว่า

19260719_1703642806316795_7312422007394184422_n