ถ้าจะมีสิ่งที่ทันตแพทยสมาคมควรมอบให้ผู้ลงทะเบียนประชุมแทนกระเป๋า

คงไม่มีอะไรเหมาะไปกว่าหนังสือเล่มนี้อีกแล้ว ในชั่วโมงนี้

order จากศูนย์หนังสือจุฬาฯ ครับ

เข้า link นี้

http://www.chulabook.com/description.asp?barcode=9786165654265

ผม order วันที่ 12 เมษายน ได้รับหนังสือวันที่ 17 เมษา ครับ ใช้เวลาสั่ง+pack ส่งถึง รวม 5 วัน

package ที่ได้รับดีมาก

ข้อดีของการสั่ง online คือได้ลดจากราคาปกครับ (save ไปเกือบ 100 บาท)

ส่วนข้อเสียคือ ถ้าไปซื้อที่ศูนย์หนังสือ จะมีบริการห่อปก sticker ครับ ผมชอบมาก จับหนังสือได้โดยไม่ต้องกลัวเปื้อน

ใช้เทปยึดแล้วมี plastic bag ห่ออีกชั้น เผื่อกันโดนความชื้นระหว่างขนส่ง

หนังสือเล่มนี้เป็นการพิมพ์ครั้งที่ 2 ครับ ห่างจาก 1000 เล่มในครั้งแรกเพียง 3 ปี ถือว่าเป็นการพิมพ์ใหม่ที่สั้นมากสำหรับหนังสือทันตแพทย์

โครงสร้างของหนังสือ ท่านอาจารย์ทำ index ดีมาก สะดวกต่อการค้น หรือ ถ้าใครไม่สะดวกค้น index ก็มาดูที่สารบัญได้ เพราะท่านอาจารย์แยก topic ย่อยละเอียดมาก คือ ดูค้นเรื่องที่ต้องการอ่านจากสารบัญได้เลย

การอ่านแต่ละบทค่อนข้างขาดกัน เราสามารถอ่านเฉพาะหัวข้อที่เราสนใจได้เป็นเรื่องๆ

เหมาะสำหรับเป็น Reference ที่ดีมาก ไม่จำเป็นต้องตะลุยอ่านตั้งแต่บทที่ 1 จากต้นจนจบแบบเรียงไปเรื่อยๆ

ที่เห็นทางซ้ายมือของคุณหมอคือ เล่มปรับปรุงใหม่ ส่วนทางขวาคือ เล่มเก่าที่ผมซื้อไว้ตั้งแต่ปี 2561 ครับ สังเกตว่า รูปหน้าปก ให้ความสำคัญกับ Dental unit และ water lines เป็นลำดับแรก ด้วยการวางรูปไว้ตรงกลาง และขนาดรูปใหญ่สุด ตรงนี้คือ ต้องการเน้นความสำคัญของ field of operation

ด้านล่าง 3 รูปถัดมาเรียงต่อกัน คือ การฆ่าเชื้อด้วย heat, การฆ่าเชื้อด้วย disinfectant & sterilant และ การใช้ PPE ครับ (mask ในรูปยังเป็น Dura ไม่ใช่ N95) และตัดรูป hand instrument ออกไป

เป็นการเน้นหลักการสำคัญให้ชัดขึ้น

วิธีการอ่านหนังสือเล่มนี้ให้เข้าใจ และจำได้แบบไม่ลืม

คือ ให้อ่านแล้วเทียบกับสิ่งที่มีอยู่และทำอยู่ในคลินิกของเราครับ

เล่มปรับปรุงใหม่ใน version ที่ 2 เป็นหนังสือที่สวยมาก มีแถบคั้นหนังสือเป็นผ้าสีม่วง คุณภาพปกและกระดาษดีกว่า version แรก

และถ้าจับหนังสือจะรู้เลยว่า มันหนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ จาก 270 หน้าเป็น 300 กว่าหน้า

(แต่ผมอ่านจบนานมาแล้ว จึงน่าจะอ่านเล่มใหม่ได้เร็วมาก แต่ก็ลุ้นเนื้อหาที่เพิ่มมา 30 กว่าหน้าจะเป็นเรื่องอะไรบ้าง เพราะของเดิมก่อนปรับปรุงมี 12 บท)

และเพราะผมอ่านมาแล้ว เลยมีคำแนะนำที่ช่วยให้อ่านหนังสือเล่มนี้ง่ายขึ้น ดังนี้ครับ

ความรู้พื้นฐานของการอ่าน ถ้าไม่ให้งง คือ 2 เรื่องนี้

1. บทแรกเป็นเรื่อง microbiology ครับ

จะมีพูดถึง virus

-ให้รู้ไว้ก่อนว่า virus ไม่ถือเป็นสิ่งมีชีวิต แต่เราจะนับว่าเป็น อนุภาค จนกว่าจะเข้าไปใน cell ของสิ่งมีชีวิต มันจึงจะแปลงร่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่ถือเป็นปรสิตต่อ host นั้นครับ (Obligate intracellular parasite)

– virus มีการห่อหุ้มตัวมันเองแน่ๆ 1 ชั้น คือ หุ้มสารพันธุกรรมของมันด้วย protein เรียกสิ่งที่ห่อหุ้มนี้กว่า capsid แต่บางชนิดมีสิ่งห่อหุ้มชั้นที่ 2 เหมือน membrane ชั้นนอก เรียก envelope เป็น lipid

virus ที่มีเปลือกหุ้มจะถูกทำลายด้วย disinfectant ได้ง่ายกว่าตัวที่ไม่มี envelope ครับ เพราะอะไรก็ตามที่ละลาย หรือ ทำลาย lipid ชั้นนอกสุดได้ ตัวมันจะตายทันที แต่ virus ที่ไม่มี envelope จะไม่มี lipid ให้ทำลายครับ พวก disinfectant ต้องใช้กลไกอย่างอื่นทำลายมัน เช่น ยับยั้งการสังเคราะห์ protein

– สารพันธุกรรมของ virus ชั้นในสุดเป็นแกนกลาง (ที่หุ้มด้วย capsid) เป็น nucleic acid ที่เป็นได้ทั้ง DNA หรือ RNA แล้วแต่ชนิด virus นั้นๆ

– ถ้าเป็น virus ที่เป็น DNA virus ก็มีได้ทั้งที่เป็น DNA สายคู่, DNA สายเดี่ยว และถ้าเป็น virus ชนิดสารพันธุกรรมเป็น RNA ก็มีได้ทั้ง RNA สายคู่ และ RNA สายเดี่ยว

– ใน virus ชนิด RNA สายเดี่ยว จะแยกออกเป็น 2 ชนิดคือ RNA สายบวก (+ single-stranded RNA) ความหมายของ +ss RNA คือ สาย RNA ที่มีลำดับเบส (A,U,G,C) เหมือนกับ mRNA ของ host cell ทำให้มันสามารถเกิดขบวนการแปลรหัส (translation) เกิดการสร้าง protein ได้ทันทีที่มันเข้าสู่ cell

แต่ virus ชนิด สายลบ (- single-stranded RNA) ลำดับเบสของสาย RNA ของมันจะเป็น “คู่สม” (complementary) กับ mRNA ของ host cell จึงต้องเกิดการเปลี่ยนให้เป็น RNA สาย + ก่อน (ใช้ enzyme RNA polymerase แปลงสาย – ให้เป็นสาย +) แล้วจึงค่อยเกิดขบวนการ translation เพื่อสร้าง protein ต่อไป

( ให้นึกถึงซิปครับ ซิปจะมี 2 สายที่ถูกรูดเข้าด้วยกัน ถ้าให้ข้างนึงเป็น + อีกข้างจะเหมือนเป็น – ที่เข้าคู่กัน ถ้าเป็นสาย + เมื่อเข้า cell ตัว virus ที่ถอดเกราะออก จะใช้ RNA ของมันทำงานสั่งให้สร้าง protein ได้เลย แต่ถ้าเป็นสาย – มันจะต้องจำลองสร้างสาย + จากตัวมันเอง (ที่เป็นสาย -) ก่อน เนื่องจากมันเหมือนซิป จึงรู้ว่าต้องสร้างสาย RNA สาย + ให้เข้าคู่กับมันได้ยังไงเพื่อได้ลำดับเบส A,U,C,G ที่เข้าพอดีตามลำดับ)

ความเข้าใจในสารพันธุกรรมของ virus จะทำให้เราเข้าใจการโจมตีของมันต่อ cell เป้าหมายได้ดีขึ้นครับ ยกตัวอย่างเช่น โรค COVID-19 เกิดจาก Coronavirus ใน species SARS-CoV-2 ซึ่งเป็น virus ที่มีสารพันธุกรรมชนิด +single-stranded(ss) RNA (RNA สายเดี่ยว +)

(เนื่องจากผมยังไม่ได้อ่านเล่มใหม่เลยนะครับ เลยไม่รู้ว่า ท่านอาจารย์จะลงรายละเอียดไปถึง ปลายสาย 5′, 3′ หรือเปล่า? แต่ถ้ามีจะมาเพิ่มให้ทีหลังครับ ถ้าไม่มีพูดถึง ก็ให้จบลงแค่นี้)

-ใน cell สัตว์,พืช และ bacteria สารพันธุกรรมใน nucleus (bacteria บางชนิด ไม่มี nucleus) จะเป็น DNA ส่วน RNA ไปอยู่ใน cytoplasm (ทำหน้าที่รับคำสั่งจาก DNA ไปสร้าง protein อีกทีนึง มี 3 ชนิด คือ mRNA เป็นแม่แบบ ,rRNA เป็นส่วนประกอบของ ribosome ตามชื่อ r, tRNA จะ transfer นำกรด amino มาต่อกันเป็น protein ตามชื่อ t)

-ความแตกต่างของ DNA กับ RNA อยู่ที่ น้ำตาล pentose (ชนิด Deoxy- กับ Oxy- ตามลำดับ) และเบส ของ DNA ตำแหน่ง A,T,C,G แต่ RNA เป็น A,U,C,G ( A= T กับ A=U ตามลำดับ)

2. เป็นเรื่อง ปริมาณสารสัมพันธ์ เรื่องการแปลงความเข้มข้นครับ

ความเข้มข้น 100% (w/v) = 1 kg/L = 1000 g/1000 ml = 1000 mg/ml

10% (w/v) = 100 mg/ml

1% (w/v) = 10 mg/ml = 1 g/100 ml

อีกเรื่องคือ การแปลง Molarity (M) เป็น Normality (N)

ยกตัวอย่าง H2SO4 –> 1 M จะแตกตัวให้ H+–> 2 M และ SO4–> 1 M

ถ้าแปลงเป็น Normality จะได้ H2SO4—> 1 M จะแตกตัวให้ H+ –> 2 N

นั่นคือ 1 M ของ H2SO4 solution = 2 N ของ H2SO4 solution

ทีนี้ถ้าเป็นเบส อย่าง NaOH –> 1 M จะแตกตัวให้ OH- –> 1 M = 1 N

ดังนั้น 1 M ของ NaOH solution = 1 N ของ NaOH solution

จะเห็นว่าจากตัวอย่างที่ยกมา ค่า Normality ของสารละลาย จะ = หรือ > ค่า Molarity เสมอ

สารละลาย NaOH 1 M = 1 N เท่ากับความเข้มข้นกี่ % ?

NaOH 1 mole = 23+16+1 g = 40 g (ผลรวมของมวลอะตอมของแต่ละธาตุ, g ที่เห็นให้เข้าใจว่าคือ g.mole)

1 Molarity = 40 g / 1000 ml = 4 g / 100 ml = 4%

ดังนั้น สารละลาย NaOH 1 N = ความเข้มข้น 4% NaOH

แต่ถ้าเห็นราคาแล้ว ท่านที่มีเล่มแรกอยู่อาจรู้สึกว่า คุ้มค่ามาก (ที่ซื้อเก็บไว้แล้ว)

ผมขอใช้เวลา 2 อาทิตย์ครับ จะมาเขียนให้ฟังว่า version ปรับปรุง ต่างจาก version แรกยังไง?

และถ้ามีเล่มแรกอยู่แล้ว ควรซื้อเล่มใหม่มั๊ย?

ให้ดูการเข้าปกชัดๆ ครับ ต่างจากเล่มแรกมาก นี่ยังคิดว่า อ่านจบแล้วจะเอาไปเข้าปก sticker ครับ เป็นหนังสือที่สวย, ปราณีตจริง

ขอเวลา 2 wk ใครว่างอยู่ อ่านจบแล้วค่อยมาคุยกันนะครับ (ในความเห็นของผม บทที่อ่านยากสุดคือ บทที่ 1 ครับ)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s