งานทันตแพทย์ที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก review: ฟันปลอมหยุดโลก Dentures of Sir Winston Churchill

การทำงานกับสิ่งเล็กๆ มาตลอดชีวิต อยู่ให้ห้อง 4 เหลี่ยม เตียงและเก้าอี้ กับงานที่พบปะผู้คนมากมายทั้งผู้ร่วมงาน และคนไข้ มีสิ่งนึงที่รบกวนจิตใจมาเสมอว่า งานทันตแพทย์เทียบเคียงกับงานที่ดูยิ่งใหญ่เช่น งานของทหารในการป้องกันประเทศ งานของนักวิทยาศาสตร์ในระดับ Nobel Prize งานของแพทย์ที่ช่วยชีวิตคน งานของนักปรัชญาที่คิดค้นระบอบการเมืองการปกครอง งานของนักเศรษฐศาสตร์ที่พบโมเดลทางเศรษฐศาสตร์ที่ใช้อธิบายพฤติกรรมของตลาด หรืองานของนักฟิสิกส์ใน CERN ที่ก้าวขัามขีดจำกัดของจักรวาลด้วยการค้นพบอนุภาคพระเจ้า (Higgs boson) etc. หรืองานในสเกลระดับนี้ จะมีบ้างมั๊ย?

คำถามที่รบกวนจิตใจผม ดำเนินมาตลอดชีวิตการทำงาน 16 ปี และสิ้นสุดลงด้วยข่าวชิ้นเล็กๆ ชิ้นนึง ในช่วงกลางปี 2010

19884316_1732392273441848_4967737834765525468_n

ข่าวนี่คือ การจัดประมูลฟันปลอมของรัฐบุรุษชาวอังกฤษผู้ยิ่งใหญ่ อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตผู้นำฝ่ายค้าน เซอร์วินสตัน เชอร์ชิล โดย british auction house ณ มณฑล norfolk

ฟันปลอมชิ้นเล็กๆ ชุดนึงที่ได้รับการออกแบบเพื่องานเฉพาะโดยทันตแพทย์และความร่วมมือของช่างทันตกรรมผู้ชาญฉลาด มีบทบาทสำคัญยิ่งในการเปลี่ยนสภาพการเป็นผู้เพี้ยงพล้ำของอังกฤษและเครือจักรภพได้อย่างไร? ผมจะเล่าให้ฟังครับ

ก่อนอื่นขอปูพื้นความรู้เรื่องประวัติศาสตร์ของ World War II เพื่อความเข้าใจโดยสรุปครับ

สงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่มขึ้นและสิ้นสุดลงตรงกับรัชสมัยของรัชกาลที่ 8 ของประเทศไทยครับ จัดเป็นสงครามที่กินเวลายาวนาน และสูญเสียทั้งชีวิตมนุษย์และทรัพยากรต่างๆ จัดว่ามากที่สุดในโลก เมื่อเทียบกับสงครามทุกครั้งที่ผ่านมา สงครามแบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายหลัก คือ ฝ่ายอักษะ ที่เป็นผู้ก่อสงครามคือ เยอรมัน,ญี่ปุ่น และอิตาลี กับฝ่ายสัมพันธมิตร ซึ่งประกอบด้วย US, UK และประเทศในเครือจักรภพ,สหภาพโซเวียต, ฝรั่งเศส, โปแลนด์ และชาติอื่นๆ

ในช่วงแรกของสงครามการรุกคืบของฝ่ายอักษะ คือ เยอรมัน เข้าไปในดินแดนของชาติในยุโรป ดำเนินไปด้วยความรวดเร็วและแผ่ขยายอิทธิพลอย่างรุนแรงมาก จากโปแลนด์ จนมาสู่การยึดครองฝรั่งเศสสำเร็จ และเป้าหมายต่อไปคือ อังกฤษ

ในตอนนั้นผู้คนในเกาะอังกฤษระส่ำระสายและเสียขวัญมาก จากการรุกของเยอรมันเข้ามาประชิดเรื่อยๆ และในปีนั้นเองหลังการลาออกของนายกรัฐมนตรีคนก่อน วินสตัน เชอร์ชิล ก็ได้กลายเป็น นายกรัฐมนตรีในปี พ.ศ. 2483 ซึ่งเป็นเวลาที่ รัชกาลที่ 8 ครองราชย์มาแล้ว 6 ปี

วินสตัน เชอร์ชิล โดยพื้นฐานเกิดในครอบครัวของชนชั้นสูงที่ร่ำรวย และได้รับราชการในกองทัพอังกฤษในสายงานข่าวมาตลอด จนกระทั่งลาออกมาเล่นการเมือง รับเลือกตั้งจากการเลือกตั้งทั่วไปเป็น ส.ส.จากโอลด์แฮม จนได้เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในขณะที่ WW II เกิดขึ้นแล้ว 1 ปี (WW II กินระยะเวลา 6 ปี)

จากประวัติตั้งแต่วัยเด็ก จนถึงวัยหนุ่มที่เข้ารับราชการทหาร วินสตัน เชอร์ชิล มีปัญหาด้านเหงือกและฟันที่อยู่ภายใต้การดูแลของทันตแพทย์มาตลอด

Churchill_1881_ZZZ_7555D

เชอร์ชิล ในวัยหนุ่ม Vertical Dimention ยังดูปกติ

Winston_Churchill_1874_-_1965_ZZZ5426F

ตอนเริ่มเป็น ส.ส. สังเกต appearance เริ่มเปลี่ยน ความนูนของริมฝีปากบนเริ่มลดลง Nasolabial fold เริ่มชัดขึ้น

Churchill_1904_Q_42037

ตอนเป็น นายกรัฐมนตรี VD loss ชัดเจน จะสังเกต Marionette Line เด่นชัด

12783992_1730313050515290_1431870567_n

จากปัญหาเรื่องเหงือกและฟัน ที่รบกวนมาตลอด ทำให้ เชอร์ชิลต้องสูญเสียฟันไปบางส่วนในที่สุด

การสูญเสียฟันนอกจากจะทำให้ Appearance ของใบหน้าเปลี่ยน สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์อีกอย่างที่เกิดขึ้นคือ ปัญหาเรื่อง Phonetic นั่นเองครับ

การออกเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของ ท่านนายกรัฐมนตรี วินสตัน เชอร์ชิล คือ การออกเสียงแบบ Lisp

Lisp sound คืออะไร?

ในขั้นตอนการทำ Complete denture มี step หนึ่งที่พวกเราคุ้นเคย คือ การทดสอบ Phonetic เพื่อหาความยาวของปลายฟันหน้าบนและ Vertical Dimension ที่เหมาะสมในคนไข้แต่ละคน โดยการให้คนไข้ออกเสียง Sibilant sound (S,Z)

คนไข้ที่เป็น Lisp (แบบหนึ่ง) จะไม่สามารถออกเสียง Sibilant sound ได้

ลองมาดูตัวอย่างของการออกเสียง Lisp

 

การออกเสียงพูดแบบ Lisp ของ วินสตัน เชอร์ชิล เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งที่ทำให้คนอังกฤษ (และคนทั่วโลก) จดจำท่านได้ เมื่อได้ฟังเสียง

ทำไม “เสียง” ของ เชอร์ชิล จึงมีความสำคัญมากในสมัยนั้น

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า ในช่วงนั้นมีโทรทัศน์เกิดขึ้นแล้ว แต่คนที่มีโทรทัศน์มีอยู่น้อยมาก ดังนั้นสื่อที่ทรงพลังที่สุด ก็คือ สิ่งพิมพ์ต่างๆ และ วิทยุกระจายเสียง

การทำสงครามนอกจากการใช้อาวุธและกำลังทหาร สิ่งที่มีประสิทธิภาพไม่แพ้กันก็คือ สงครามการข่าวและการโฆษณาชวนเชื่อของฝ่ายต่างๆ

ข่าวสารปลอมที่ปล่อยออกไปเพื่อให้ประชาชนในประเทศตรงข้าม เกิดความหดหู่ หมดกำลังใจในการรบ หรือข่าวลวงเรื่องการรบแพ้หรือชนะในบางพื้นที่

เสียงของ นายกรัฐมนตรี วินสตัน เชอร์ชิล ผ่านทางวิทยุกระจายเสียง ถือเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะปลุกปลอบขวัญและกำลังใจของผู้คนในประเทศให้รู้สึกฮึกเหิมและมีความหวังในการรวมน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เพื่อนำประเทศผ่านพ้นวิกฤติ (ในตอนนั้น เยอรมันชนะฝรั่งเศสแล้ว และอังกฤษคือ ด่านต่อไปของสมรภูมิยุโรปที่ต้องเข้ายึด ถ้าเยอรมันยึดอังกฤษได้สำเร็จ โลกที่เราเห็นอาจไม่ได้เป็นอยู่อย่างทุกวันนี้)

ลองมาฟังการกล่าวสุนทรพจน์ครั้งที่มีชื่อเสียง ซึ่งถือกันว่า เป็นการพูดที่ทรงพลังอย่างสูงสุดของ วินสตัน เชอร์ชิล ในยามที่อังกฤษกำลังเผชิญสถานการณ์อันยากลำบากมากกันครับ (ให้สังเกตเสียง Lisp ของเชอร์ชิล)

สุนทรพจน์นี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ We shall fight on the beaches

 

คำแปลบางส่วนของ สุนทรพจน์ We shall fight on the beaches

19875159_1732564213424654_4994235874399383546_n

การสูญเสียฟันของ เชอร์ชิล ทำให้เกิดปัญหา 2 ประการที่ขัดแย้งกัน กล่าวคือ

1.การสูญเสียฟันแบบบางส่วน โดยเฉพาะฟันหน้าบนจำนวน 4 ซี่ ตั้งแต่ #12 – 22 ทำให้เสียบุคลิกภาพ จึงต้องใส่ฟันปลอมชนิดถอดได้แบบ Kennedy Class III-mod-II เพื่อไม่ให้เสียบุคลิกในการพบปะผู้คน และการออกสื่อ

(เชอร์ชิล เริ่มสูบฮาวานาซิการ์ สมัยที่เป็นทหารประจำการที่คิวบาใน พ.ศ.2438 (ตรงกับช่วง รัชกาลที่ 5 ในไทย) และสูบเรื่อยมาตลอดชีวิต)

การใส่ Upper RPD ยังช่วยให้เขาสูบซิการ์ที่ชื่นชอบได้ตามปกติ

untitled

2. การใส่ฟันปลอม ช่วยเสริมบุคลิกภาพให้กลับมาดังเดิม แต่เชอร์ชิลตระหนักดีว่า มันกลับทำให้การออกเสียงแบบ Lisp อันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของเขาหายไป

การพูดของเชอร์ชิล ในที่ต่างๆดูไม่เป็นปัญหา เพราะผู้คนในที่นั้นๆ จะได้เห็นเขาพูดตัวเป็นๆ แต่การพูดผ่านวิทยุกระจายเสียง ทำให้คนจำเสียงเขาไม่ได้ และไม่แน่ใจว่า เสียงที่ได้ยินนั้นคือ ผู้นำตัวจริงหรือเปล่า!

โจทย์ที่ทันตแพทย์ได้รับคือ ต้องสร้างฟันปลอมที่เมื่อใส่แล้วต้องสามารถพูดออกเสียงแบบ Lisp อันเป็นเอกลักษณ์ได้เหมือนเดิม (เหมือนตอนที่ไม่ได้ใส่ฟัน)

(ผมเข้าใจว่า การถอดฟันปลอมในที่สาธารณะ เช่น ในสถานีวิทยุกระจายเสียงที่แน่นอนว่าต้องมีนักข่าวและสื่ออื่นๆ อยู่น่าจะทำได้ลำบากหรือ เป็นไปไม่ได้เลย)

ภาพแสดงฟันปลอมของ วินสตัน เชอร์ชิล

article-0-0F43F7A500000578-478_314x161

ทันตแพทย์ประจำตัวของ เชอร์ชิล คือ Wilfred Fish และด้วยความร่วมมือกับช่างทันตกรรมที่เป็นคนทำฟันปลอมประจำตัวคือ Derek Cudlipp

( Wilfred Fish ได้รับการแต่งตั้งเป็น Sir Wilfred Fish ในภายหลัง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เชอร์ชิล ให้ความสำคัญกับเขามากในฐานะอัศวิน)

ช่างทันตกรรม Derek Cudlipp ก็มีความสำคัญไม่แพ้ทันตแพทย์ เกือบจะเรียกว่า ต้องอยู่ในสถานที่ที่ เชอร์ชิล สามารถเรียกตัวได้ทันที เพราะเวลาโมโห หรือ อารมณ์เสียขณะได้รับข่าวหรือระหว่างประชุมวางแผน เชอร์ชิลมักมีนิสัยอย่างหนึ่งคือ เขาจะถอดฟันปลอมออกมาขว้างทิ้ง เท่าที่ผมอ่านเจอ ใช้คำว่า “ขว้างออกไปอีกห้อง” กันเลยทีเดียว ผลก็คือ ฟันปลอมที่มี major connector เป็น Gold type IV ตะขอและฟัน Porcelain หักเสียหายอยู่บ่อยครั้ง และทุกครั้งที่หักเสียหาย แน่นอนว่า ต้องได้รับการ repair โดยเรียกตัวช่าง Derek Cudlipp ทันที

ในประวัติกล่าวว่า คุณหมอ Wilfred Fish และช่าง Derek Cudlipp สร้างฟันปลอมให้ เชอร์ชิล 4 ชุด โดยปกติเชอร์ชิล จะพกติดตัวด้วยเสมอ 2 ชุด เชื่อกันว่า ฟันปลอมแบบนี้ 1 ชุด ถูกฝังไปพร้อมกับร่างเชอร์ชิล  ส่วนชุดที่นำออกมาประมูล เป็นสมบัติของตระกูล Cudlipp ซึ่งถูกนำออกมาประมูลโดย ลูกชายของ Derek Cudlipp (Nigel Cudlipp)

Nigel Cudlipp

_48525309_jex_764762_de27-1

ทีนี้เราลองมาดูว่า คุณหมอ Wilfred Fish และช่าง Derek แก้ปัญหาการออกแบบฟันปลอมให้ใส่ฟันแล้วยังออกเสียงเหมือนตอนไม่ใส่ฟัน ขณะเดียวกันก็ต้องสามารถใส่แล้ว Appearance ดูดีและสูบซิการ์ได้ด้วย

 

_48537489_48537490

ก่อนอื่นมาดู Material ในสมัยนั้นกันก่อน

ในช่วงปี ค.ศ. 1940 (พ.ศ.2483 ตรงกับสมัย ร.8) ตอนที่ เชอร์ชิล รับศึกหนักเป็น นายกรัฐมนตรีนั้น ฐานฟันปลอม PMMA รุ่นแรกๆ คล้ายที่พวกเราใช้อยู่ (ที่บอกว่า คล้ายๆ เพราะมันถูกปรับปรุงคุณสมบัติมาอย่างเยอะครับ) เกิดขึ้นแล้วครับ แต่เรียกได้ว่า ยังเป็นวุ้น เพราะ Otto Rohm บิดาแห่ง PMMA เพิ่งทำมันให้อยู่ใน Thesis PhD สำเร็จในปี ค.ศ.1901 (พ.ศ.2444 ตรงกับสมัย ร.5)  จนกว่าจะเริ่มใช้ได้จริงช่วง ค.ศ.1940 ซึ่งจะเห็นว่า มันเป็นช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวกันมาก

19904883_1732609973420078_5101884504323273026_n

ดังนั้นวัสดุฐานฟันปลอมที่ technician อย่างช่าง Derek คุ้นมือที่สุดจึงเป็น Gold alloy ฐานฟันปลอม Gold type IV รวมทั้งตะขอ Platinum และฟันปลอมที่ทำมาจาก Porcelain นั่นเองครับ

19961235_1732649270082815_6575743063053745188_n

เผื่อใครอยากทบทวนประวัติศาสตร์ของฐานฟันปลอม

ถ้าเราลองเปรียบเทียบวิทยาการด้านฟันปลอม ในขณะที่เริ่มค้นพบ PMMA ฝั่งยุโรปยังใช้ Gold plate แล้วตอนนั้นเมืองไทยใช้ฟันปลอมที่ทำจากอะไร?

ถ้าสืบค้นไปช่วงต้น และตอนกลาง กรุงรัตนโกสินทร์ สมัย ร.3, ร.4 ต่อช่วง ร.5 พบหลักฐานใน กลอนเพลงยาว เรื่อง หม่อมเป็ดสวรรค์ ครับ

พบว่า เรายังใช้ฟันปลอมที่ทำจากไม้ครับ

19983357_1732628390084903_9026962456778636658_o

 

ทีนี้ลองมาพิจารณาฟันปลอมชิ้นนี้กันชัดๆ

Upper RPD กับ space ชนิด Kennedy Class III-mod II ประกอบด้วยฟัน Porcelain และ metal tooth

การออกแบบของตะขอที่ไม่ reciprocation แต่เน้น retention และเป็น Tissue-support

4735562

ลองสังเกต Tissue surface มองเห็นอะไรมั๊ยครับ?

สังเกตว่าเราจะไม่เห็น ลักษณะ anatomy ของ incisive papilla, palatine rugae, palatine raphe บริเวณนี้ เพราะ Major connector ทีเป็น Gold plate ถูกทำให้ไม่แนบกับเพดานสนิท แต่มี space ใต้ฐานฟันปลอมกับ palate ฟันปลอมชิ้นนี้จึงต้องการ retention สูงสุด โดยการออกแบบตะขอให้กลับด้านกันในลักษณะของกรรไกร เพื่อต้านการหลุด และสามารถลด torque ต่อ abutment โดยใช้ตะขอกลม เพื่อให้ไม่เกิด rigid design

ฟันหน้า porcelain ทั้ง 4ซี่มีขนาดใหญ่ เพื่อชดเชยการไม่มี labial flange ที่ช่วย support ริมฝีปากบน  (เราจะเห็น brown stain ด้าน proximal จากคราบควันซิการ์ บริเวณ #11,21 จะเห็นชัดสุด เพราะเป็นตำแหน่งที่กัดลงบนซิการ์โดยตรง)

สิ่งนี้คือ การแก้ปัญหาของผู้ออกแบบ ให้เกิดการเคลื่อนผ่านของลมเข้าสู่ใต้ฐานฟันปลอม เสมือนกับลมผ่านออกเมื่อไม่มีฟันหน้านั่นเอง

rcsom-k20.9-5

 

churchills dentures

บทบาทของทันตแพทย์และช่างทันตกรรมที่ร่วมมือกันสร้างชิ้นงานเพื่อรักษาโลกใบนี้เอาไว้ ฟันปลอมชุดนี้จึงถูกเรียกว่า

19756899_1732644213416654_2470754451936870359_n

 

 

 

 

 

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s